อาจเรียกได้ว่าเป็นการขอขมาต่อกัญชาอย่างเป็นทางการของแอ๊ด คาราบาว ที่มองกัญชาในแง่ลบมากว่า 37 ปี นับแต่เพลง”กัญชา” จากอัลบั้มแป๊ะขายขวด สตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ของวง ออกวางจำหน่ายในปลายปี พ.ศ. 2525 เมื่อวงได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ “มหัศจรรย์กัญชา”

โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ค. เพจเฟซบุ๊กของ”วงคาราบาว” วงเพื่อชีวิตชื่อดัง ได้เผยแพร่บทเพลงที่ นายยืนยง โอภากุล  หรือพี่ “แอ๊ด คาราบาว” ได้แต่งเกี่ยวกับกัญชาขึ้นใหม่ ชื่อ “มหัศจรรย์กัญชา”  โดยเพจฯ วงคาราบาวได้เผยที่มาของเพลงนี้ว่า


แอ๊ด คาราบาว – มหัศจรรย์กัญชา [Official Lyric Video]

วันนี้ แอ๊ด คาราบาว ได้รับฟังข้อมูลรอบด้านจากผู้รู้ถึงสรรพคุณของพืชเศรษฐกิจในยุคใหม่ อาจารย์เดชา ข้าวขวัญ ผู้บุกเบิกแนวทางเกษตรกรรมทางเลือก โดยชี้ให้เห็นถึงคุณค่าของกัญชา ในทางการแพทย์ ว่าด้วยการรักษาและสามารถยืดอายุของผู้ป่วยหนักจากมะเร็ง อีกทั้งยังบรรเทาโรคร้ายแรงอื่นๆ ได้อีก จึงเป็นที่มาของเพลง “มหัศจรรย์กัญชา” เพียงหวังจะแก้ไขที่เคยมอง “กัญชา” ผิดไป และส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสรักษาอาการโรคร้ายที่รุมเร้าด้วยสรรพคุณของพืชเศรษฐกิจชนิดนี้

เพราะบัดนี้เราค้นพบพืชมหัศจรรย์ เสมือนธรรมที่ถูกเปิดเผย ย่อมเป็นประโยชน์แก่ประชาชนคนไทยด้วยกัน

พี่แอ๊ดเข้าฟังการบรรยายเรื่องกัญชา

ต่อมา เพจฯ วงคาราบาว ได้โพสต์เนื้อของช่วงหนึ่งในเพลง ว่า

ผมเองก็เคยผิดพลาด ร้องเพลง

 “นอนตายใต้ต้นกัญชา”

แต่วันนี้ตาสว่างแล้ว พี่เอยน้องแก้ว ผมกราบขอขมา

มหัศจรรย์กัญชา

ชีวิตนี้หนายังมีกัญชา เป็นยาวิเศษ”

จุดเริ่มต้น :

วงคาราบาวเกิดจากการก่อตั้งโดยนักเรียนไทยที่กำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยีมาปัว กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ 3 คน คือแอ๊ด – ยืนยง โอภากุล , เขียว – กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร และไข่ – สานิตย์ ลิ่มศิลา ขึ้นที่นั่น ในปี พ.ศ. 2523 โดยคำว่า คาราบาว เป็นภาษาตากาล็อก ภาษาพื้นเมืองของฟิลิปปินส์ แปลว่า ควาย หรือคนใช้แรงงาน ซึ่งทางฟิลิปปินส์ ถือเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นเกษตร โดยหมายจะเป็นวงดนตรีที่มีเนื้อหาเพื่อชีวิต


(จากซ้ายไปขวา) เขียว , แอ๊ด , เล็ก

เมื่อกลับมาเมืองไทย แอ๊ดและเขียวได้ร่วมกันเล่นดนตรีในเวลากลางคืน โดยกลางวันแอ๊ดทำงานอยู่ที่การเคหะแห่งชาติ ขณะที่เขียวทำให้กับบริษัทฟิลิปปินส์ที่มาเปิดในประเทศไทย ส่วนไข่ก็ขอลาออกจากวงและแยกตัวออกไปทำงานรับเหมาก่อสร้างอยู่ที่ภาคใต้ ทั้งคู่ออกอัลบั้มชุดแรกของวง ในชื่อ ขี้เมา เมื่อปี พ.ศ. 2524 และแอ๊ดก็ได้ติดต่อวงโฮป ให้มาช่วยโปรดิวซ์และเล่นดนตรีในห้องอัดให้ในอัลบั้มชุดนี้ และทำให้คาราบาวพอเป็นที่รู้จักบ้างในอัลบั้มนี้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก


แอ๊ด คาราบาว เมื่อทำงานอยู่ที่การเคหะแห่งชาติ

ต่อมา ในปลายปี พ.ศ. 2525 คาราบาวได้ออกอัลบั้ม แป๊ะขายขวด เป็นสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 2 ของวง ออกวางจำหน่าย ในรูปแบบแผ่นเสียง และ เทปคาสเซ็ท มีเพลงที่ได้รับความนิยมยาวนานจนถึงปัจจุบันคือเพลง “กัญชา”  โดยอัลบั้มชุดนี้ปรากฏสัญลักษณ์รูปหัวควายของวงเป็นครั้งแรก โดยที่นกหันหน้าไปทางขวา และยังได้ ปรีชา ชนะภัย หรือ เล็ก อดีตมือกีตาร์ของวงเพรสซิเดนท์ เข้ามาร่วมวงด้วยเป็นอัลบั้มแรก


อัลบั้ม แป๊ะขายขวด

หลังจากที่คาราบาวออกอัลบั้มชุดแรก ( ขี้เมา ) ทางวงได้รวมกับวงโฮป และเล่นประจำอยู่ที่ดิกเก้นผับ โดยเล่นสลับกับวงอีสซึ่นของ วสันต์ โชติกุล ในการเล่นที่ผับแห่งนี้ แอ๊ด – ยืนยง โอภากุล หัวหน้าวง มักจะมีปัญหาเรื่องการแต่งกายไม่สุภาพอยู่เสมอ และ ทางเจ้าของผับไม่อนุญาตให้เล่นเพลงไทย เมื่อ เล็ก – ปรีชา ชนะภัย ซึ่งเป็นเพื่อนของแอ๊ดและเป็นมือกีตาร์ของวงเพรสซิเดนท์ ที่เล่นไปก่อนหน้าขอเพลง ลุงขี้เมา และ ทางวงได้ฝืนเล่น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้วงถูกไล่ออกและตกงานในเวลาต่อมา [ที่มา: มานพ แย้มอุทัย (10 พฤศจิกายน 2551). “ตำนานคาราบาว: แอ๊ด-เขียว-ไข่ ในนาม “คาราบาว””.]

เมื่อทางวงถูกไล่ออก วงโฮปที่ถูกไล่ออกไปด้วยเพราะมีวงคาราบาวเล่นรวมอยู่จึงไม่พอใจอย่างมาก ถึงขนาดที่ สุเทพ ถวัลย์วิวัฒนกุล หัวหน้าวงโฮปต้องบอกแก่เขียว ว่าไม่ต้องการให้มีวงคาราบาวรวมอยู่ในวงอีกต่อไป และทันทีที่ เล็ก ที่อยู่ในอาการมึนเมาทราบเรื่อง จึงโมโหเป็นอย่างมากถึงขนาดจะเข้าไปพังข้าวของในโรงแรมจน แอ๊ด ต้องช่วยนำตัวออกมา

หลังเหตุการณ์ในคืนดังกล่าว เล็ก จึงคิดว่าตนมีส่วนต้องรับผิดชอบที่ต้องทำให้เพื่อนตกงาน จึงได้เข้าร่วมกับวงคาราบาวตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา แต่ยังไม่ได้ออกจากวงเพรสซิเดนท์ อย่างเป็นทางการ เนื่องจากทางวงเพรสซิเดนท์ ยังไม่สามารถหามือกีตาร์คนใหม่ได้ นอกจากนี้เล็กได้ชวนวงเพรสซิเดนท์ให้เข้ามาเล่นเป็นแบ็คอัพให้อีกด้วย

หลังได้เล็กเข้ามาร่วมวงคาราบาว และได้วงเพรสซิเดนท์เข้ามาเล่นแบ็คอัพ การทำเดโมชุดนี้จึงเริ่มขึ้นที่แฟลตของเล็ก โดยงานชุดนี้เริ่มจะมีอิทธิพลของเพลงร็อกเข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะเพลง กัญชา ที่เล็กเป็นผู้ทำดนตรี และถือเป็นเพลงฮาร์ดร็อกภาษาไทยในยุคแรก ๆ โดยเพลงนี้เริ่มต้นด้วยปิกกิ้งกีตาร์โปร่งและถูกสอดแทรกขึ้นด้วยเอฟเฟกต์กีตาร์ไฟฟ้าเสียงแตก รวมทั้งการร้องแบบโหนเสียงของแอ๊ดที่ได้รับอิทธิพลมาจาก โรเบิร์ต แพลนต์ นักร้องนำของวง เลด เซพพลิน ตลอดจนการโซโล่กีตาร์ด้วยท่วงทำนองอันมีเอกลักษณ์ของเล็กจึงทำให้เพลงนี้โด่งดังเป็นอย่างมากและยังได้ยินจนถึงปัจจุบัน

(L-R) John Paul Jones, John Bonham, Jimmy Page and Robert Plant of Led Zeppelin in front of plane in NY. July 24, 1973. © Bob Gruen / www.bobgruen.com Please contact Bob Gruen’s studio to purchase a print or license this photo. email: info@bobgruen.com Image #: R-52

รอยคำรณ :

ในปี 2537 แอ๊ด คาราบาวได้ออกอัลบั้มพิเศษที่ชื่อว่า “รอยคำรณ”  ซึ่งเป็นการนำเพลงเก่าของครูเพลง “คำรณ สัมบุญณานนท์” (7 มกราคม พ.ศ. 2463 – 30 กันยายน พ.ศ. 2512) นักร้องลูกทุ่ง แนวเสียดสีการเมือง มีเนื้อหาเพลงที่บอกเล่าถึงชีวิตชนชั้นล่าง ซึ่งถือเป็นเพลงเพื่อชีวิตยุคแรกๆ รวมทั้งเป็นแรงจูงใจให้กับวงดนตรีเพื่อชีวิตหลายๆวงในปัจจุบัน มีเพลงที่เป็นที่รู้จัก เช่น มนต์การเมือง ตาศรีกำสรวล คนบ้ากัญชา ตามน้องกลับนา ชีวิตครู คนขายยา คำสั่งพ่อ คนพเนจร ชายใจพระ กรรมกรรถราง คนแก่โลก คนไม่รักดี ชีวิตคนเครื่องไฟ ชีวิตช่างตัดผม ชีวิตบ้านนา เป็นต้น  

คนบ้ากัญชา – คํารณ สัมบุญณานนท์

อัลบั้มรอยคำรณนี้เกิดขึ้นเนื่องจากคำชักชวนและไอเดียที่บรรเจิดของพยัพ คำพันธุ์ เซียนพระ และเพื่อนสนิทรุ่นใหญ่ของแอ๊ด คาราบาว และนี้คือความในใจของพี่แอ๊ด กับงานชุดนี้

“การนำผลงานเพลงของครูคำรณ มาขับร้องใหม่ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ยาก แต่ทำแล้วจะทำได้หรือไม่ต่างหากที่น่าพิจารณา สำหรับผลงานของผมชุดนี้ คือความพยายามบนพื้นฐานของความเคารพ ศรัทธา ครูคำรณเป็นที่ตั้ง หาได้เทียบเทียมผลงานเดิมได้เลย จึงเป็นการรำลึกความทรงจำเก่า ๆ ที่ยังสอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบันได้ดี แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านมาก กว่า 40 ปี การเป็นนักเพลงที่ต่อสู้ เช่น ครูคำรณ ควรจารึกให้ลูกหลานได้รับรู้ผลงานในหลากหลายอารมณ์ รวมทั้งชีวิตที่ลุ่มดอน เด็ดเดี่ยว ตราบจนสิ้นลมหายใจ

ขอให้ดวงวิญญาณของครูคำรณจงได้รับการคาราวะจากผมและทีมงานคาราบาวด้วย ขอขอบพระคุณ พี่พยับ คำพันธุ์ผู้จุดประกายการทำผลงานชุดนี้และยังให้เกียรติขับร้องเพลง “ คนนอกสังคม ” และขอขอบพระคุณผู้ร่วมงานทุก ๆ ท่าน ทั้งเพื่อน ๆ ผู้ให้กำลังใจรวมทั้งผู้อุปการะมา ณ โอกาสนี้ด้วย “

เคารพ เทิดทูน (แอ๊ด คาราบาว )


แอ๊ด คาราบาว อัลบั้ม “รอยคำรณ” 

37 ปี ผ่านไป :

นับเป็นเวลาเกือบสี่สิบปี นับแต่เพลง”กัญชา” ออกวางจำหน่าย ภาพลักษณ์ของกัญชาที่ถูกสื่อสารผ่านบทเพลงได้สร้างความรู้สึกแง่ลบให้แก่พืชธรรมดาๆชนิดหนึ่งในโลก ให้กลายเป็นปีศาจร้ายและตีตราผู้เสพย์กัญชาให้กลายเป็นอาชญากร/ขี้ยา ในสังคมไทย

แต่อย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือความจริง เมื่อวิทยาศาสตร์และวิทยาการเดินหน้ามาทันความเป็นจริง คุณประโยชน์ต่างๆของกัญชาได้เปิดเผยมาเรื่อยๆ

อวิชาและการเข้าใจผิดสามารถเกิดขึ้นได้กับนักปราญช์และมนุษย์เดินดินทุกคน แต่ถ้าวันใดเมื่อเราได้รับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว เราจะบากหน้ายอมรับว่าเราเข้าใจผิดอันนี้อย่างไร?

จะปฏิเสธความจริงและคัดค้านหัวชนฝาต่อไป หรือจะยืดอกยอมรับอย่างลูกผู้ชาย แบบชายที่ชื่อ ยืนยง โอภากุล ทำในบทเพลง “มหัศจรรย์กัญชา”

#กัญชาชน #Highland

ที่มา :

https://www.posttoday.com/ent/news/589031
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A7
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B9%8A%E0%B8%B0%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%A7%E0%B8%94