สืบเนื่องมาจากการปลดล็อคกัญชาทางการเเพทย์ที่ผ่านมา ทำให้สังคมมีความสนใจในคุณสมบัติในการรักษาของกัญชามากขึ้น แต่ทว่า เนื่องจากแพทย์ที่ได้รับการอบรมกัญชาทางการแพทย์จากกรมการแพทย์นั้นยังมีจำนวนที่ไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วยที่ต้องการเลือกใช้กัญชาในการรักษา ทำให้หลายๆคนต้องหาซื้อกัญชาและสารสกัดกัญชาอย่างผิดกฎหมาย โดยผู้ที่ผลิตสารสกัดกัญชาออกมาเองนั้นอาจไม่ได้คำนึกถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย และผู้บริโภคไม่สามารถทราบได้ว่าในสารสกัดกัญชาที่ผลิตออกมานั้นมีปริมาณ THC และ CBD เท่าไหร่ จึงเป็นเหตุทำให้มีปัญหาเกิดขึ้น เพราะว่าแต่ละคนนั้นสามารถรับสาร THC ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน จึงได้เกิดคำถามว่า “ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับเเต่ละคนคืออะไร?” ในเมื่อสารสกัดที่ไม่ได้มาตรฐานนั้นไม่สามารถระบุได้ว่ามีสารประกอบอะไร มีอะไรอยู่ในสารสกัดบ้าง อีกทั้งก็ยังไม่สามารถระบุปริมาณ THC CBD ที่แน่นอนได้ ทั้งนี้ นี่คือวิธีใช้กัญชาให้ปลอดภัย เเละข้อควรระวังในเเต่ละวิธีโดยผู้ที่สนใจควรคำนึงถึงวิธีการใช้ที่เหมาะสมตามกลุ่มโรค อาการ ความสะดวก และความปลอดภัยของผู้ป่วยตามการตรวจจากแพทย์ที่พบเป็นประจำ

สิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาก่อนที่จะใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาคือ

  1. ร่างกายต้องการกัญชาแค่ไหน
  2. ต้องใช้เวลานานขนาดไหนก่อนยาจะออกฤทธิ์
  3. มันจะออกฤทธิ์ได้นานขนาดไหน

ในขณะนี้มียากัญชาที่ได้รับอนุมัติโดยหน่วยงานในอเมริกาเหนือและยุโรปเพียงไม่กี่ชนิด: Marinol® (dronabinol) และ Cesamet® (nabilone): อะนาล็อกสังเคราะห์ของ THC ในรูปแบบของแคปซูล; Sativex® (nabiximols) ที่กล่าวถึงข้างต้น และ Epidiolex®: สารสกัด CBD บริสุทธิ์จากพืชซึ่งผลิตในรูปแบบของยาน้ำ แต่ยาเหล่านี้มีข้อจำกัดทางเภสัชวิทยา ซึ่งมี ขอบเขตในการรักษาแคบมาก ในกรณีของสารประกอบบริสุทธิ์อัตราส่วน THC:CBD 1:1 ในกรณีของ Sativex; และอีกทั้งยาทั้งหมดนี้ออกฤทธิ์ได้ช้ามาก

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ผู้ป่วยจึงหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ทางเลือกอื่นๆ ที่ใช้กันมากที่สุดคือดอกแห้ง สารสกัดน้ำมัน และทิงเจอร์ เมื่อไม่นานมานี้การใช้ครีม ผลิตภัณฑ์ที่สามารถรับประทานได้ ยาเหน็บ และน้ำพืชปั่นสดกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้น เพื่อให้มีความเข้าใจกับสารสกัดเหล่านี้ เราควรมาทำความเข้าใจกับมันให้มากขึ้น

น้ำมัน (oil): ในรูปแบบนํ้ามันนั้น เป็นการสกัดที่มีความเข้มข้นน้อยกว่าเรซินหรือสารสกัดอื่นๆเนื่องจากได้รับโดยการเจือจางกัญชาในน้ำมันพืชหรือการแช่กัญชาในน้ำมันพืช (เย็นหรือร้อน) น้ำมันที่ใช้กันมากที่สุดคือน้ำมันมะกอก น้ำมันงา น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันกัญชง

Source : นํ้ามันกัญชา

เรซิ่น: สามารถสกัดได้ด้วยตัวทำละลายอินทรีย์ (เฮกเซน, บิวเทน, อะซิโตน, เบนซีน, ไอโซโพรพานอล, เอทานอล ฯลฯ) เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบว่าตัวทำละลายส่วนใหญ่มีความเป็นพิษต่อร่างกายและผู้ป่วยควรงดใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบเหล่านี้แม้ในปริมาณที่น้อย ตัวทำละลายที่เป็นพิษน้อยที่สุดในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือเอทิลแอลกอฮอล์ (เอทานอล) ที่เป็นเกรดอาหาร ผลิตภัณฑ์กัญชาที่ได้จากการสกัดด้วยซูเปอร์คริติคัลฟลูอิด นี้โดยเฉพาะที่สกัดด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จะมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าการสกัดด้วยตัวทำละลายอินทรีย์และจะทำให้ไม่มีสารตกค้างในผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ข้อเสียที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายสูง

Source: live resin (ไลฟ์ เรซิน)

ทินเจอร์: เป็นการสกัดโดยนำกัญชาไปแช่ในสารทำละลายเช่น แอลกอฮอล์ หรือเอทานอลเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในประเทศที่กัญชาทางการแพทย์ถูกกฎหมาย แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายในปัจจุบันเนื่องจากอันตรายและความรู้สึกที่ไม่พึ่งประสงค์จากการบริโภคแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งสารเหล่านี้เป็น ตัวทำละลายที่ระเหยได้ง่ายซึ่งยากต่อการจัดการผลิตให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

Source : ทิงค์เจอ กัญชา

คราวนี้มาสำรวจผลิตภัณฑ์เหล่านี้กับการใช้ว่าเหมาะที่จะนำไปใช้ในรูปแบบใดได้บ้าง:

การหายใจเข้า (Inhalation) เป็นสิ่งที่ดีมากสำหรับการบรรเทาอาการปวดอย่างเฉียบพลันเช่นเดียวกับอาการทางระบบประสาทและทางจิต การบริโภคกัญชาในรูปแบบของบุหรี่ / ยาพัน เป็นที่แพร่หลายมากที่สุดในหมู่ผู้ใช้เพื่อการสันทนาการ และเป็นหนึ่งในความนิยมมากที่สุดในหมู่ผู้ใช้รักษาโรค อย่างไรก็ตามการบริโภครูปแบบนี้ควรหลีกเลี่ยงเพราะมีผลข้างเคียง เช่น ไอเรื้อรัง โรคหลอดลมอักเสบ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการสูดดมสารจากการเผาไหม้ (คาร์บอนมอนอกไซด์ทาร์หรือแอมโมเนียเป็นต้น) เวเปอร์ไรเซอร์ (Vaporizer) เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผลิตภัณฑ์กัญชาร้อนจนถึงอุณหภูมิที่แคนนาบินอยด์ ดีคาร์บ๊อคซิเลท (decarboxylate) แต่ไม่ถึงจุดที่เกิดการเผาไหม้ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการเกิดพิษจากไพโรไลซิส ด้วยวิธีนี้ ความเข้มข้นของแคนนาบินอยด์ สามารถเข้าถึงในเส้นเลือดและสมองได้สูงสุดในไม่กี่นาทีหลังจากการบริโภค  ซึ่งแสดงถึงประโยชน์ที่สำคัญสองประการเมื่อเทียบกับการบริหารรูปแบบอื่นๆ: ประการแรก ประโยชน์จากการรักษาที่เกือบจะทันทีซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อทุกข์ทรมานจากอาการเฉียบพลัน ในโรคบางอย่าง (ความเจ็บปวด, คลื่นไส้ ฯลฯ ); และในทางกลับกันความเร็วของเอฟเฟกต์จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงการใช้ยาเกินขนาดได้ สุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด การดูดซึมของแคนนาบินอยด์ที่สำคัญที่ใช้โดยวิธีนี้จะสูงมาก (ประมาณ 25% ถึงแม้ว่าจะมีความแต่งต่างมากในแต่ละบุคคล)*

สำหรับการหายใจกัญชาเข้าผู้ป่วยควรเริ่มต้นด้วยการหายใจเข้า 1 ครั้งและรอ 15 นาที จากนั้นค่อยเพิ่มขึ้นอีก 1 ครั้งถ้าจำเป็นหลังรอดูอาการ 15–30 นาทีจนกว่าจะสามารถควบคุมอาการที่ต้องการได้

Source: เครื่อง เวเปอร์ไรเซอร์

การทาน มีผลช้าที่สุด แต่ระยะเวลาออกฤทธิ์นานที่สุด ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชาสามารถอยู่ได้นานถึง 8 ชั่วโมงหรือนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับผู้ป่วยและขนาดของยา ในกระบวนการนี้ Δ9-THC จะถูกแปลงเป็น TH11-Hydroxy THC ซึ่งเป็นสารที่แรงและออกฤทธิ์นานกว่า Δ9-THC กัญชาทางการแพทย์แบบทานเป็นสิ่งที่ดีสำหรับการบรรเทาอาการเรื้อรัง และสำหรับอาการปวดที่รุนแรงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับการหายใจเข้าเอฟเฟกต์จะใช้เวลานานกว่าก่อนที่จะออกฤทธิ์โดยวิธีนี้ (0.5-6 ชั่วโมง) ออกฤทธิ์นานกว่า และในปริมาณที่เท่ากันจะมีความรุนแรงน้อยกว่า (เนื่องจากการดูดซึมต่ำกว่า 15% โดยประมาณ – เนื้องจากการย่อยสลายในตับก่อนถึงกระแสเลือด) ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ต้องการสารของกัญชาปริมาณสูงในร่างกายอย่างต่อเนื่อง ฤทธิ์ของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทานจะควบคุมได้ยากในแง่ของความแรงและเวลาที่จะออกฤทธิ์ นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่วิธีนี้เชื่อมโยงกับการใช้ยาเกินขนาดมากขึ้น การดูดซึมยังช้ากว่าเมื่อใช้เรซินหรือน้ำมันบริสุทธิ์และมีการดูดซึมที่ต่ำกว่าและแตกต่างมากขึ้นระหว่างบุคคล (4-12%)

Source: กัมมี่กัญชา

การอมใต้ลิ้น มีการออกฤทธิ์ที่รวดเร็ว – ใกล้เคียงกับการหายใจเข้า และออกฤทธิ์ได้นาน โดยปกติการใช้ตัวนำเหล่านี้จะใช้น้ำมันไตรกลีเซอไรด์ห่วงโซ่กลาง (MCT) หรือกลีเซอรีนผัก ทิงเจอร์ที่ใช้แอลกอฮอล์เกรดอาหารก็เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเช่นกัน

Source: การรับประทานโดยลิ้น

ยาใช้ภายนอก เช่น แผ่นปิด ครีม ยาหม่อง และสเปรย์ มีการออกฤทธิ์ที่เร็ว และออกฤทธิ์เป็นระยะเวลาปานกลาง (ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสูตรและสารนำพาซึ่งมีผลต่ออัตราการดูดซึมผ่านผิวหนัง) แต่บางครั้งการดูดซึมใช้เวลานาน (พลาสมาสูงสุดใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่งและอยู่ได้นานถึง 48 ชั่วโมง) และไม่สูงเกินไป มันอาจจะเหมาะสำหรับการรักษาอาการปวดหรือการอักเสบที่เกิดขึ้นเฉพาะที่และปัญหาทางผิวหนัง (สิว, สะเก็ดเงิน, บาดแผล, แมลงกัดต่อย ฯลฯ )

Source: แผ่นคลายปวดกัญชา

ยาเหน็บ สำหรับใช้ในช่องคลอดและทวารหนัก ได้พิสูจน์แล้วว่าค่อนข้างมีประสิทธิภาพ การดูดซึมของ แคนนาบินอยด์ และ เทอร์พีน สูงกว่าวิธีอื่น ๆ ออกฤทธ์บรรเทาเร็วและนาน ปริมาณของสารออกฤทธิ์ที่ดูดซึมมีมากกว่าสองถึงสามเท่าของเมื่อเปรียบเทียบกับการทาน น่าเสียดายที่ไม่มีการศึกษาอย่างละเอียด หรือการทดลองทางคลินิก หรือการทดลองพรีคลินิกจนถึงทุกวันนี้ในด้านเภสัชจลนศาสตร์ของกัญชาในวิธีนี้ ผู้ใช้อ้างว่าสามารถรับ THC ในปริมาณที่สูงมากต่อวัน (มากกว่า 1 กรัม) โดยไม่รู้สึกถึงผลกระทบทางจิตใดๆ อย่างไรก็ตามการไม่ทำให้มึนเมา น่าจะเป็นผลมาจากการดูดซึมของ THC ที่ต่ำที่ผ่านเยื่อบุทวารหนัก เนื้อเยื่อนี้ไม่สามารถจับสารที่ไม่ละลายน้ำได้ดีและ แคนนาบินอยด์ รวมถึง THC มีลักษณะทางเคมีนี้

Source: ผ้าอนามัยกัญชาแบบสอด

เหนือสิ่งอื่นใดข้อดีและข้อเสียของวิธีการต่างๆ ของการจ่ายยา เราขอแนะนำให้ใช้กัญชาทีละน้อยและเพิ่มอย่างช้าๆ อาจจะนานถึงสองสัปดาห์กว่าจะเพิ่มปริมาณขึ้นอยู่กับแผนการรักษาสำหรับโรคเฉพาะของคุณเนื่องจากผลข้างเคียงของ THC ที่อาจจะทำให้เกิดอาการวิตกกังวลและหัวใจเต้นเร็วผิดปรกติ

“เริ่มน้อย ใช้ทีละนิด และไม่ใช้มาก”

“อาการข้างเคียงที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชามักจะมาจาก THC และเขาแนะนำว่าควรจำกัดการใช้ THC ไว้ที่ 30 มิลลิกรัมต่อวันหรือน้อยกว่า และควรใช้ควบคู่กับ CBD”

“ไม่ควรเข้าใจผิดว่าความเมาคือประสิทธิภาพที่ดี”
– ดร. อีธาน รัสโซ่

อ้างอิง:
1. CannaMD. (2019). 5 Ways to Take Medical Marijuana. [online] Available at: https://www.cannamd.com/5-ways-take-medical-marijuana/ [Accessed 18 Jun. 2019].
2. Fundacion-canna.es. (2019). Routes of administration and cannabis products with therapeutic purposes | Fundación CANNA: Scientific studies and cannabis testing. [online] Available at: https://www.fundacion-canna.es/en/routes-administration-and-cannabis-products-therapeutic-purposes [Accessed 18 Jun. 2019].
3. MacCallum, C. and Russo, E. (2018). Practical considerations in medical cannabis administration and dosing. European Journal of Internal Medicine, 49, pp.12-19.