ปี 2014 ริชาร์ด เคิร์ก Richard Kirk ก่อคดีสังหารคริส เคิร์ก ภรรยาตัวเอง และอ้างว่าเขาไม่ตั้งใจแต่คุมสติไม่อยู่เพราะเพิ่งกินขนมผสมกัญชามา ข่าวนี้เกลายเป็นข่าวดังในชั่วข้ามคืนเพราะออกมาในช่วงที่รัฐโคโลราโด้เพิ่งประกาศให้กัญชาถูกกฎหมาย

กรณีของ Richard Kirk ในคืนที่เขาทานขนมกัญชาเป็นครั้งแรก เขาได้หยิบปืนในตู้เซฟในบ้านของเขาออกมาแล้วยิงภรรยา ขณะที่เธอกำลังเรียก 911 เพื่อรายงานพฤติกรรมที่ผิดปกติและน่ากลัวของเขา

โดยประเด็นนี้เกิดข้อถกเถียงขึ้นมาอย่างมากมายว่าจริงๆแล้ว เขาเป็นแค่ผู้ชายที่น่ากลัวที่ต้องการยุติชีวิตคู่ที่ล้มเหลวหรือเพราะกัญชาที่กินได้เปลี่ยนสภาพจิตใจของเขาอย่างมากจน เขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรในคืนที่เขาฆ่าภรรยาของเขา?

มีนักข่าวหลายคนพยายามจะขอสัมภาษณ์เคิร์ก แต่เขาปฏิเสธการสัมภาษณ์ซ้ำๆหลายครั้ง ในขณะที่คดีของเขายังค้างอยู่ แต่ในปี 2560 เขาได้สารภาพว่าเป็นการฆาตกรรมและได้รับโทษจำคุก 30 ปี เมื่อคดีเสร็จสมบูรณ์เคิร์กยอมเปิดใจเผยในสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น เคิร์กบอกว่าเขาอยากให้ลูกๆรู้ว่าเขาเสียใจที่พวกเด็กๆอยู่ในบ้านในคืนที่เขายิงแม่ของพวกเขา การบริโภคโดยปราศจากความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่ามันจะมีผลกระทบต่อเขาอย่างไรเป็นการตัดสินใจที่แย่ที่สุดในชีวิตของเขา “ผมรู้ว่าคริสรู้ว่าผมไม่ได้ตั้งใจทำ ผมรู้ว่าเธอรู้เรื่องนี้แล้ว” เขากล่าว

ขนมผสมกัญชาที่ฆาตกรอ้างว่าทำให้เขาคุ้มคลั่ง

คืนแห่งการสังหาร

เคิร์กโทษประสบการณ์ครั้งแรกของเขาในการเสพติดยาแก้ปวด ก่อนที่จะลองกัญชา เคิร์กต้องทนกับอาการปวดหลังมาหลายปีและเสพย์ติดยา วิโคดิน*

* Vicodin เป็นยาแก้ปวดที่ผสมระหว่าง ยาเสพติดที่ใช้บรรเทาอาการปวดจากอนุพันของฝิ่น (Narcotic analgesics) กับยาแก้ปวด ลดไข้ กลุ่ม Acetaminophen (Paracetamol) ยานี้มีคุณสมบัติ เมื่อใช้เป็นประจำ และบ่อยครั้ง จะทำให้ติดยา และต้องเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ โดยปกติ Vicodin ใช้เรียกแทนสาร Hydrocodone ซึ่งมีคุณสมบัติคล้ายฝิ่น (Opiate antagonist) มีสูตรทางเคมีคือ C18 H21 NO3 ในประเทศ สหรัฐอเมริกา จัดให้ สารนี้ เป็นสารควบคุม ตามกฎหมายของ Control Substance Act โดยจัดอยู่ในกลุ่มที่ 2 (Schedule II ) ซึ่งสารอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มนี้ได้แก่ morphine, cocaine, methamphetamine (ยาบ้า) และ Methadone เป็นต้น ซึ่งในประเทศไทย กำหนด ให้เป็นยาเสพติด ประเภท 2 ( ประกาศกระทรวง สาธารณสุขฉบับที่ 135 พ.ศ. 2539) ในประเทศ สหรัฐอเมริกา การซื้อ vicodin ต้องใช้ ใบสั่งแพทย์ เพื่อให้มีการดูแล การใช้ อย่างใกล้ชิด แต่ พบว่ามีการขายอย่างแพร่หลายทาง e-commerce โดยมีชื่อการค้าต่าง ๆ กัน

เมื่อยาเขาหมดในเดือนเมษายน 2014 เคิร์กคิดว่ากัญชาจะเป็นทางออกในการจัดการกับความเจ็บปวดและการพึ่งพายาเม็ด หลังจากทำธุระตอนเย็น เคิร์กหยุดแวะร้านขายยาและใช้เวลาเกือบ 20 นาทีและตัดสินใจซื้อขนมที่ผสมกัญชา 100 มก. และเมื่อเขากลับบ้านไปหาภรรยาและลูกๆ เขาได้ลองขนมดังกล่าวและรอผล
เคิร์กกล่าวว่าเขารู้สึก High นานกว่าหนึ่งชั่วโมง และมันไม่เหมือนกับสิ่งที่เขาเคยมีประสบการณ์มาก่อน เขาจำเรื่องราวในคืนวันนั้นได้ไม่ปะติดปะต่อ เขาจำได้ว่ากระโดดออกจากหน้าต่าง เมื่อเขาเดินผ่านประตูใกล้ๆได้ เขารู้สึกเจ็บเหมือนอะไรมาโดนหน้าแข้ง เขาจำได้ว่าเขาวุ่นวายกับตัวเลขที่อยู่บ้านของเขาและบังคับลูกชายคนหนึ่งของเขาให้ท่องบ้านเลขที่ออกมาดังๆ

แผลที่หน้าแข้งของผู้ก่อเหตุ
บ้านเลขที่ที่เกิดเหตุ

และเมื่อลูกเขาตะโกนเลขนั้นออกมา เคิร์กอ้างว่ามีอะไรบางอย่างในตัวเขาและเขาขาดสติไปในทันที เคิร์กอ้างว่าไม่รู้ว่าตัวว่าอยู่ที่ไหน เขาไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่

“ผมไม่รู้ว่าภัยคุกคามนั้นคืออะไร และผมไม่รู้ว่าผมเป็นภัยคุกคามเสียเองหรือไม่ ผมไม่รู้!” เคิร์กกล่าวพร้อมสะอื้น

เคิร์กบอกว่าเขาคลำหาตู้เซฟที่เขาเก็บปืนไว้ แต่เขาบอกว่าเขาจำไม่ได้ว่าทำไมเขาเล็งปืนไปที่ภรรยาของเขาแล้วลั่นไกปืน

“ผมไม่รู้ว่าเป็นภรรยาของผม” เขาร้องไห้

“ผมคิดว่ามันเป็นคนอื่น นั่นอาจเป็นเหตุผลเดียวที่ผมลั่นไก ผมไม่เคยคิดที่จะทำร้ายภรรยาหรือแม้แต่จะผลักเธอหรืออะไรก็ตามที่จะเอาชีวิตเธอ” เคิร์กกล่าว

แม้จะดูน่าสงสาร แต่นั่นเป็นเพียงคำกล่าวอ้างเพียงด้านเดียวของเคิร์ก ฆาตรกรผู้สังหารภรรยาตัวเอง….

อีกด้านหนึ่งของเหรียญ : พฤติกรรมของฆาตกรจากปากคำของญาติของผู้ตาย

ในขณะที่เคิร์กยืนยันว่าเขาไม่เคยตั้งใจจะฆ่าภรรยา สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพราะตกอยู่ใต้ฤทธิ์ยา แม้เขาจะดูเหมือนเป็นคนรักเมียที่น่าสงสาร แต่ความจริงมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือเป็นเพียงข้ออ้างในการลดหย่อนโทษกันแน่

หลายคนตั้งคำถามว่า เขาฆาตกรรมภรรยาโดยมีแรงจูงใจอื่นอยู่ก่อนแล้วหรือไม่ ?

เคิร์กยอมรับว่าความสัมพันธ์ของเขาและภรรยามีปัญหากันมาก่อน และทั้งคู่ก็มีปัญหาทางการเงิน และเมื่อกลับไปถามข้อมูลจากญาติของผู้เสียชีวิต เรากลับพบพฤิตกรรมด้านมืดของเคิร์กหลายอย่าง โดยพ่อเลี้ยงของผู้ตายกล่าวว่า

“ เราไม่แปลกใจที่เขายิงใครซักคน แต่เราไม่คิดว่ามันจะเป็นสมาชิกในครอบครัว”

นายเวยน์ โคห์น Wayne Kohnke พ่อเลี้ยงของคริส ผู้เสียชีวิต บอกกับ KUSA 9News ในเดนเวอร์ในปี 2560

ตามบันทึกของตำรวจ นายโคห์น ยังบอกนักสืบว่า เขาปรารถนาให้ เคิร์ก (ผู้ต้องหา) ดูแล คริส(ผู้ตาย) ให้ดีขึ้น และรายงานจากตำรวจแสดงให้เห็นว่านายโคห์นมีความรู้สึกว่าเคิร์กนั้น

“ ดูเหมือนว่าเขา มักจะควบคุมตัวเองไม่ค่อยได้” และมี “ ปัญหาความเกรี้ยวกราด”

แทมมี่ เฮมาน Tammy Heman น้องสาวของผู้ตายให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าเคิร์กมี

“สันดานสกปรก” และเธอรู้สึกเสมอว่า เขาสามารถทำร้ายพี่สาวของเธอได้ตลอดเวลา

และแม้แต่เพื่อนร่วมงานยังเคยรายงานว่าผู้ตายเคยบอกพูดว่า

“ อยากบอก (เคิร์ก) ว่าเธอไม่ได้รักเขาอีกแล้ว”

บางคนตั้งคำถามว่าเคิร์กอาจวางแผนฆ่าภรรยาตัวเองอยู่แล้ว แต่ใช้กัญชาเป็นข้อแก้ตัว?

เคิร์กปฏิเสธ แต่บอกว่าเขาเข้าใจ “มันไม่จริง 100 เปอร์เซ็นต์” เคิร์กอธิบายว่าปัญหาการสมรสของเขากับคริสเป็นปัญหาชีวิตคู่ปกติ

อย่างไรก็ตาม เคิร์กยังคงกล่าวโทษTHC ที่ทำให้พฤติกรรมเขาผิดปกติ

“ ผมไม่เคยตั้งใจจะทำร้ายเธอหรือพรากเธอออกไปจากลูกๆทั้งสามของเธอ ” เขากล่าวพร้อมร้องไห้….

โดยเคิร์กยังคงยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง แม้จะขัดแย้งกับพฤติกรรมรุนแรงก่อนหน้านั้นของเขา คงมีเพียงผู้กระทำเท่านั้นที่รู้ดีอยู่แก่ใจตนว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร

แต่การฟังความข้างเดียว รวบรัดฟันธงโดยขาดการรับฟังเหตุผลให้รอบด้าน เหมารวมโดยมีอคติและตั้งธงอยู่ก่อนแล้ว และสื่อสารบอกสังคมว่าต้องเป็นเพราะกัญชาแน่ๆ นั้น

เป็นการสร้างความตระหนกต่อสังคมในวงกว้าง เป็นสิ่งที่สื่อมวลชนดีๆ ไม่ควรทำ เพราะขัดกับจรรยาบรรณสื่อสารมวลชนสากลที่ระบุว่า

สื่อมวลชนต้องเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่ผู้รับสาร (The truth and the whole truth)

เพราะเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอ…

#กัญชาชน #Highland

ปล. คลิปเสียงสัมภาษณ์ Richard Kirk ผู้ต้องขังในความผิดข้อหาฆาตกรรมภรรยาตัวเอง

ที่มา :

http://www.rmpbs.org/blogs/news/marijuana-murder-a-reporters-notebook-about-the-case-of-richard-kirk/?fbclid=IwAR29FP6oZbm_yonI5Abpbu-iElt88vj9zICnzhED1hoVajM8RTkp0MHkkMM

จรรยาบบรรณสื่อสารมวลชนสากล 23 ข้อ

https://talk.mthai.com/politics/108613.html