รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ปล่อยร่างกฏหมายกัญชงใหม่ออกมา โดยกระทรวงได้ปล่อยร่างกฏหมายนี้ออกมาเพื่อให้ประชาชนแสดงความคิดเห็น ที่ลิงค์นี้ และจะหมดเขตรับฟังความคิดเห็นวันที่ 6 พฤษจิกายน ที่จะถึงนี้

แสดงความคิดเห็นกับร่างกฏหมายฉบับนี้ได้ที่เว็บ FDA

เนื้อหาของร่างกฏหมาย มีอยู่ 4 ปัจจัยหลัก:

  1. การขออนุญาติสำหรับผู้ผลิตและผู้นำเข้า/ส่งออก
  2. เกณฑ์การอนุญาติสำหรับผู้นำเข้าและส่งออก
  3. สิ่งที่ผู้ผลิต,ผู้สกัด,ผู้จำหน่าย,ผู้นําเข้า-ส่งออก ต้องปฎิบัติ
  4. กฏชั่วคราว(เฉพาะการ)       

โดยกฏหมายหลักๆที่จะอาจถูกแก้ก็จะมี ให้ยกเลิกกฎกระทรวง การขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จําหน่ายหรือมีไว้ใน ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะเฮมพ์พ.ศ. 2559 และ ในร่างฉบับนี้ได้มีการพิจรณาที่จะให้ปลูกกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือนละไม่เกิน 1 ไร่  และอาจสามารถใช้ประโยชน์จากเส้นใย ตามประเพณี วัฒนธรรม ตามวิถีชีวิต และ โดยกําหนดจํานวนพื้นที่ให้สามารถปลูกได้ ทางกัญชาชนจึงได้หยิบยกประเด็นหลักๆที่น่าสนใจมาให้ชมกัน

เกณฑ์การขออนุญาต จะต้องแนบข้อมูลแก่รัฐบาลดังนี้

การขออนุญาติผลิต

1.ระบุวัตถุประสงค์ในการขออนุญาตผลิต จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง เฉพาะกัญชง (Hemp) มี 7 ประเภท ดังต่อไปนี้

  1. 1 เพื่อผลิต สําหรับใช้ประโยชน์ในครัวเรือน(การใช้ประโยชนจากเส้นใย ตามประเพณี วัฒนธรรม ตามวิถีชีวิต และใช้ในครอบครัว โดยกําหนดจํานวนพื้นที่ให้สามารถปลูกได้ ครัวเรือนละไม่เกิน 1 ไร่ ) 
  2. 2 เพื่อผลิต สําหรับใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์หรืออุตสาหกรรม 
  3. 3 เพื่อผลิต สําหรับการศึกษาวิจัย 
  4. 4 เพื่อผลิต เมล็ดพันธุ์รับรอง หรือ ส่วนขยายพันธุ์อื่นตามที่ขออนุญาต สําหรับจําหน่าย หรือแจกสําหรับการส่งเสริมตามวัตถุประสงค์ (1.1) (1.2) หรือ (1.3) 
  5. 5 เพื่อจําหนายเมล็ดพันธุรับรอง ลําต้นสด ส่วนขยายพันธุ์อื่นตามที่ได้รับอนุญาติ หรือส่วน อื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาต สําหรับใช้ประโยชน์ตาม (1.1) (1.2) (1.3) หรือประโยชนอื่นในการผลิตผลิตภัณฑ์ยา ผลิตภัณฑสมุนไพร อาหาร หรือเครื่องสําอาง ตามกฎหมายวาดวยการนั้น แล้วแต่กรณี 
  6. 6 เพื่อครอบครองสําหรับใช้ประโยชน์ การดําเนินการตามวัตถุประสงค์ใน
  7. 7 ห้ามมิให้มีการผลิตเมล็ดพันธุ์สําหรับการเพาะปลูก

การขออนุญาติ นําเข้าหรือส่งออก

2.วัตถุประสงค์ในการขออนุญาตินําเข้า หรือส่งออก ซึ่งยาเสพติดใหโทษในประเภท ๕ เฉพาะกัญชง (Hemp) ดังต่อไปนี้ 

2.1 เพื่อประโยชน์ของทางราชการ
2.2 สําหรับศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ทางด้านเกษตรกรรม วิทยาศาสตร์การแพทย์หรือเภสัชกรรม 
2.3 เพื่อนําเข้า สําหรับผลิต ตามข้อ 1.2 หรือ  หรือเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ยา สมุนไพร อาหาร หรือเครื่องสําอาง ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น สําหรับใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรือ อุตสาหกรรม
2.4 เพื่อนําเขา สําหรับจําหนายตามขอ 1.5 
2.5 ส่งออก เพื่อประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม

ภาพกัญชงจาก wikimedia commons

ผู้อนุญาตจะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้

3. ให้ผู้อนุญาติพิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

3.1 (กรณีผู้ขอรับหนังสือสําคัญเป็นบุคคลธรรมดาต้อง )

3.1.1 มีสัญชาติไทย

3.1.2 มีอายุไม่ตํ่ากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์

3.1.3 มีถิ่นที่อยู่หรือสํานักงานในประเทศไทย 

3.1.4 ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต คนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ 

3.1.5 ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย 

3.1.6 ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตหรือหนังสือสําคัญที่ออกตาม กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษหรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท 

3.1.7 ไม่เคยมีคดีอาญาและกระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดใหโทษ กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท กฎหมายว่าด้วยการป้องกันการใช้สารระเหย หรือกฎหมายว่า ด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

3.2 กรณีผู้ขอรับหนังสือสําคัญเป็นนิติบุคคล

3.2.1 จดทะเบียนตามกฎหมายไทย 

3.2.2 ต้องมีลักษณะตาม (3.1.3) (3.1.4) (3.1.5) (3.1.6)

3.2.3 ผู้ได้รับมอบหมายให้ดําเนินกิจการของนิติบุคคลผู้ขออนุญาตต้องมีลักษณะตาม 3.1

3.2.4 กรรมการของนิติบุคคล หุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นอย่างน้อยสองในสามเป็นผู้มีสัญชาติไทย ในกรณีวิสาหกิจชุมชนที่ไม่เป็นนิติบุคคลเป็นผู้ขออนุญาต ผู้ได้รับมอบหมายให้ดําเนินกิจการ แทนต้องมีลักษณะตาม 3.1 ด้วย

4 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาติผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่ายหรือมีไว้ในครอบครองกัญชง ให้ยื่นคําขอต่อผู้อนุญาตตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา พร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐาน ดังต่อไปนี้ 

4.1 สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน 

4.2 สําเนาทะเบียนบ้าน

4.3 สําเนาใบสําคัญแสดงการจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกรตามกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ หรือ วิสาหกิจชุมชนตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน

4.4 รูปถ่าย 1 นิ้ว 2 รูป

4.5 หนังสือแสดงว่าตนเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้ดําเนินกิจการของนิติบุคคลผู้ขออนุญาต กรณี ผู้ขออนุญาตเป็นนิติบุคคล หรือผู้มีอํานาจกระทําการแทนวิสาหกิจชุมชน กรณีผู้ขออนุญาตเป็นวิสาหกิจชุมชน

4.6 สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลที่ออกให้ไม่เกินหกเดือน กรณีผู้ขออนุญาต เป็นนิติบุคคล

4.7 กรณีการขออนุญาตผลิตโดยการปลูก ให้แนบสําเนาหนังสือแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือ หนังสือแสดงสิทธิครอบครองของสถานที่ผลิต โดยชอบด้วยกฎหมาย หรือหนังสืออนุญาตให้ทําประโยชน์ในที่ดิน ของหน่วยงานราชการ หรือหนังสือให้ความยินยอมจากผู้ให้เช่าหรือผู้ให้ใช้ที่ดิน ในกรณีขอเช่าหรือขอใช้ที่ดินของ บุคคลอื่นในการเพาะปลูก 

4.8 แผนที่แสดงที่ตั้งสถานที่เพาะปลูกและเส้นทางการเข้าถึงสถานที่เพาะปลูก ระบุพิกัด ขนาด พื้นที่ที่ขออนุญาต และสถานที่ใกลเคียง 

4.9 แผนการผลิต การนําเขา การส่งออก การจําหน่าย และการใช้ประโยชน์ แล้วแต่กรณี ซึ่งต้องระบุรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น เอกสารสัญญาหรือขอตกลงการจําหน่ายหรือส่งมอบ กัญชง ที่ผลิตหรือนําเข้าให้ผู้รับอนุญาตดําเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

กัญชงใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง? ภาพจาก East Yorkshire hemp

เกณฑ์การอนุญาติ

สำหรับการนำเข้าและส่งออก กัญชง

6. ผู้รับอนุญาตนําเข้าหรือส่งออกกัญชง (Hemp) ที่จะมีการนําเขาหรือส่งออกในแต่ละครั้ง ต้องได้รับใบอนุญาตเฉพาะคราวทุกครั้งที่นําเขาหรือส่งออก การขออนุญาตนําเข้าหรือส่งออกกัญชง เฉพาะคราว  ให้ผู้รับอนุญาตนําเข้าหรือส่งออก ยื่นคําขอพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานสําหรับกรณี ดังต่อไปนี้

 6.1 การขออนุญาตนําเข้ากัญชง เฉพาะคราวให้แนบเอกสารหรือหลักฐานซึ่งระบุชื่อ จํานวนหรือปริมาณ และรายละเอียดเกี่ยวกับกัญชง รวมทั้งชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทําการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งยาเสพติดนั้น เข้ามาในราชอาณาจักรและวิธีการในการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งยาเสพติดดังกล่าว ทั้งนี้ ในกรณีเพื่อ ประโยชน์ของทางราชการในการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ยกเว้นการ แสดงชื่อและที่ตั้งของสถานที่ทําการของผู้ผลิตหรือผู้ส่งยาเสพติดนั้น เขามาในราชอาณาจักร

6.2 การขออนุญาตส่งออกเฉพาะกัญชงคราว ให้แนบใบอนุญาตนํากัญชง (Hemp) เข้าประเทศผู้รับหรือหนังสือรับรอง ซึ่งออกโดยหน่วยงานของรัฐของประเทศปลายทางผู้รับยาเสพติดนั้น ซึ่งระบุชื่อ จํานวนหรือปริมาณ และ รายละเอียดเกี่ยวกับกัญชง  รวมทั้งชื่อและที่ตั้งของสถานที่ ทําการของผู้นําเข้ากัญชง เข้าประเทศผู้รับและวิธีการในการ ส่งออกกัญชง นั้นด้วย กรณีที่ประเทศผู้ส่งออกหรือผู้นําเข้า ไม่มีการควบคุมกัญชง ตามกฎหมายของ ประเทศนั้นๆ ในการนําเข้าหรือส่งออกแต่ละครั้งให้ผู้รับอนุญาตนําเขาหรือส่งออกกัญชง แนบเอกสารหรือหลักฐานแสดงการไม่ควบคุม กัญชง ตามกฎหมายของ ประเทศนั้นต่อเจ้าหน้าที่เพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

7. ในกรณีที่คําขอรวมทั้งเอกสารและหลักฐานตามขอ 6.2 ถูกต้องและครบถ้วน ให้ผู้อนุญาตพิจารณาออกใบอนุญาตนําเข้าหรือส่งออกกัญชงเฉพาะคราว ให้แก่ผู้ขออนุญาตนั้นได้ เมื่อเอกสารถูกตรวจเรียบร้อย  จะถูกนำมาใช้แก่การพิจารณาคําขอและการออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งด้วย โดยอนุโลม ชนิด จํานวนและปริมาณของกัญชง ที่อนุญาต ให้ส่งออกเฉพาะคราวต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาตของประเทศที่จะนําเข้า และไม่เกินจํานวนและ ปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาตของประเทศที่จะนําเข้า

8. ในการนําเข้าหรือส่งออกกัญชง เฉพาะคราว ให้ผู้รับอนุญาตนําเข้าหรือส่งออกเฉพาะกัญชง (Hemp) ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 

8.1 กัญชง (Hemp) ที่ตนนําเขาหรือส่งออก แล้วแต่กรณี มาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา ณ ด้านอาหารและยา เพื่อทําการตรวจสอบ
8.2 นําเข้าหรือส่งออก เฉพาะกัญชงชนิดที่ระบุ ไว้ในใบอนุญาต และไม่เกินจํานวนและปริมาณที่ระบุไว้ในใบอนุญาต ในกรณีที่ไม่สามารถส่งออกได้ตามจํานวน และปริมาณดังกล่าว ให้แจ้งต่อเลขาธิการเพื่อแก้ไขใบอนุญาตให้ถูกต้องตามปริมาณที่ส่งออกจริง
8.3  จัดส่งสําเนาใบอนุญาตส่งออกของเจ้าหน้าที่ผู้มีอํานาจของประเทศที่ส่งออกนั้น มาพร้อมกับ ยาเสพติดให้โทษ หนึ่งฉบับ และจัดให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวส่งสําเนาใบอนุญาตส่งออกมายังสํานักงานคณะกรรมการ อาหารและยาด้วย

สิ่งที่ผู้ผลิตกัญชงต้องปฎิบัติตาม

9. ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชงโดยการปลูกปฏิบัติดังต่อไปนี้

9.1 ปลูกกัญชงในสถานที่ที่กําหนดไว้ในใบอนุญาตเท่านั้น

9.2 ผู้รับอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.2  และ 1.4 เฉพาะการปลูก ต้องจัดเตรียม สถานที่และควบคุมการปลูก ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา

9.3 ในการปลูกทุกครั้ง ให้กระทําได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้  9.3.1 เมล็ดพันธุ์รับรองจากผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์รับรองที่ได้รับอนุญาต  9.3.2 การใช้ส่วนขยายพันธุอื่นที่ได้รับอนุญาต ซึ่งได้มาจากต้นกัญชง (Hemp) ที่ปลูกด้วย เมล็ดพันธุรับรอง หรือได้มาจากการนําเข้าต้นพันธุ์ (ต้นแม่) ที่มีผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ หน่วยงานของรัฐหรือสถาบันที่หน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกให้การรับรอง ซึ่งต้องมีปริมาณ สารเตตราไฮโดรแคนนาบินอล (Tetrahydrocannabinol, THC) ไม่เกินที่กําหนด ทั้งนี้ ไม่ใช้กับการปลูกของผู้รับอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.1 และ 1.3

9.4 จัดทําแนวเขตพื้นที่การเพาะปลูกที่เห็นได้ชัด จัดทําป้ายด้วยวัตถุถาวรมีขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร ยาวไม่น้อยกว่า 60 เซนติเมตร และมีขอความเป็นตัวอักษรไทย สูงไม่น้อยกว่า ๓ เซนติเมตร แสดงวัตถุประสงค์ของ การผลิต เช่น สถานที่เพาะปลูกกัญชง (Hemp) เพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือน แสดงเลขที่ใบอนุญาต ชื่อผู้รับ อนุญาต- และเวลาสิ้นสุดการอนุญาตตามใบอนุญาต โดยให้แสดงไว้ในที่เปิดเผย เห็นได้ง่าย ณ สถานที่ที่ได้รับ อนุญาต

9.5 จัดให้มีสถานที่และการรักษาความปลอดภัยเพื่อเก็บรักษาเมล็ดพันธุรับรอง หรือสวนอื่น ของกัญชง (Hemp) เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทําลาย ให้แยกเก็บเป็นสัดส่วนและไม่ให้ปะ
ปนกับวัตถุอื่น ๆ 

9.6 ในกรณีที่เมล็ดพันธุรับรองหรือสวนอื่นของกัญชง ถูกโขมย สูญหาย หรือ ถูกทําลาย หรือกรณีที่เมล็ดพันธุ์รับรองเหลือจากการเพาะปลูกตาม (๓) ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อผู้ว่าราชการ จังหวัดหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี เพื่อทราบโดยมิชักชา

9.7 จัดทําแนวเขตพื้นที่การเพาะปลูกที่เห็นได้ชัด

9.8 ผู้รับอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ตามข้อ 1.2 1.3 และ 1.4 เฉพาะการปลูก ต้องจัดให้มีการ ตรวจวิเคราะห์เพื่อหาปริมาณ THC ในกัญชง ที่ ปลูกทุกครั้งที่มีการผลิตตามหลักเกณฑ์(ไม่สูงกว่า 1%)และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด หลักฐานการตรวจวิเคราะห์ดังกล่าว ให้เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสามปีนับแต่วันตรวจวิเคราะห์ ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาต กรณีที่ผู้รับอนุญาตตรวจพบปริมาณสาร THC เกินกว่าที่คณะกรรมการประกาศกําหนดให้แจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการทําลาย

9.9 จัดให้มีฉลากที่ภาชนะหรือหีบหอบรรจุเมล็ดพันธุ์รับรองหรือส่วนขยายพันธุ์อื่นที่ได้รับอนุญาตที่แสดง 
9.9.1ข้อมูลชื่อพันธุ์ 
9.9.2 อัตราความงอกของเมล็ดพันธุรับรอง หรือส่วนขยายพันธุ์อื่นที่ได้รับอนุญาต และระบุ วันเดือนปีที่ทดสอบ 
9.9.3 สถานที่ปลูก 
9.9.4 เดือนและปีที่รวบรวม
9.9.5 รุ่นการผลิต 
9.9.6 น้ําหนักสุทธิ 
9.9.7 ชื่อและสถานที่ตั้งของผู้รับอนุญาตผลิต 

9.10 ดําเนินการตามแผนการผลิตและแผนการใช้ประโยชน์ตามข้อ 4.9 ในกรณีที่ ไม่สามารถดําเนินการตามแผนการผลิตหรือแผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ เลขาธิการทราบตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ปรากฏว่าไม่สามารถดําเนินการดังกล่าวได้

9.11 จัดทําบัญชีรับจ่ากัญชง  ในสวนเมล็ดพันธุ์ รับรอง ลําต้นสด หรือส่วนอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาต และแจ้งต่อเลขาธิการทราบเป็นรายเดือนและรายปี  ภายในสามสิบวันนับแตวันสิ้นเดือนหรือสิ้นปี แล้วแต่กรณี ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดโดย ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในการจัดทําบัญชีรับจ่ายยาเสพติดให้โทษให้จัดทําเป็นสองฉบับ ฉบับหนึ่งให้เสนอต่อเลขาธิการ ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นเดือนหรือสิ้นปีแล้วแต่กรณีและอีกฉบับหนึ่งให้เก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ที่กําหนดไว้ ในใบอนุญาตพร้อมด้วยเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการรับจายยาเสพติดใหโทษที่ไดลงรายการในบัญชีดังกลาว มีกําหนดหาปนับแตวันที่ลงรายการครั้งสุดทายในบัญชี 

9.12  แจ้งวันและเวลาการเก็บเกี่ยวกัญชง (Hemp) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ล้วงหน้าไม่น้อยกว่า สิบหาวันก่อนการเก็บเกี่ยว เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการควบคุมการเก็บเกี่ยว แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ รายงานต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณี หลังจากได้ดําเนินการเก็บเกี่ยวกัญชง แล้ว ส่วนอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวของให้ดําเนินการทําลายต่อหน้า พนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมบันทึกหลักฐานและภาพถ่าย

9.13  ให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการสุ่มเก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์รับรองหรือส่วนอื่น ของกัญชง (Hemp) เพื่อควบคุมและกํากับดูแลให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต 

9.14 แจ้งกําหนดการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งเมล็ดพันธุ์รับรอง,ลําต้นสด, ส่วนขยายพันธุ์อื่น หรือส่วนอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณีโดย ระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนําใบแจ้งดังกล่าว และสําเนาใบอนุญาตตามข้อ 6 ไปพร้อมการขนส่ง 

เส้นใยจากกัญชง

สิ่งที่ผู้สกัดกัญชงต้องปฎิบัติตาม

10.ให้ผู้รับอนุญาตผลิตกัญชง กรณี เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์รับรอง หรือส่วนขยายพันธุ์อื่นตามที่ได้รับอนุญาต ตามวัตถุประสงค์ ข้อ 1.4 ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา

10.1 ผลิตและเก็บยากัญชง (Hemp) ในสถานที่ที่ระบุไว้ใน ใบอนุญาตเท่านั้น

10.2 จัดให้มีการวิเคราะห์ยากัญชง (Hemp) เป็นส่วนผสม ที่ผลิตขึ้นโดยต้องมีการวิเคราะห์ทุกครั้งและมีหลักฐานแสดงรายละเอียดของการวิเคราะห์ซึ่งต้องเก็บรักษาไว้ ไม่น้อยกว่าสิบปีนับแต่วันวิเคราะห์สําหรับกรณีการนําไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้แก่ ยา ผลิตภัณฑ์สมุนไพร อาหาร หรือเครื่องสําอาง ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ยกเวนกรณีศึกษาวิจัย

10.3.จัดให้มีสถานที่และการรักษาความปลอดภัยเพื่อเก็บรักษายากัญชง เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทําลาย และจัดให้มีการแยกเก็บเป็นสัดส่วนจากยาหรือ วัตถุอื่น  

10.4. ดําเนินการตามแผนการผลิตและแผนการใช้ประโยชน์ตามข้อ 4.9  ในกรณีที่ไม่สามารถ ดําเนินการตามแผนการผลิตหรือแผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการ ทราบตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่า ไม่สามารถดําเนินการดังกล่าวได้ 

10.5. จัดให้มีการทําบัญชีรับจ่ายแบบข้อ 9.11

10.6. การผลิต เพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิต ผลิตภัณฑ์อื่น ได้แก่ ยา ผลิตภัณฑส์มุนไพร อาหาร หรือเครื่องสําอาง ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในกฎหมายว่าด้วยการนั้น การผลิต นอกเหนือจากวรรคหนึ่ง ให้ดําเนินการตามกฎกระทรวงการขออนุญาตและ การอนุญาตผลิต นําเข้า ส่งออก จําหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองกัญชา

10.7. ในกรณีที่วัตถุดิบดังกลาว ถูกโจรกรรม สูญหาย หรือถูกทําลายให้ยื่นเรื่องเหมือนข้อ 9.6

10.8. แสดงใบอนุญาตของตนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

10.9 ทำป้ายแบบ 9.5

สิ่งที่ผู้จำหน่ายกัญชงต้องปฎิบัติตาม

11.ให้ผู้รับอนุญาตจําหน่ายกัญชง ปฏิบัติดังต่อไปนี้
11.1 จัดทำป้ายแบบ ข้อ 9.5
11.2 ให้มีสถานที่และการรักษาความปลอดภัยเพื่อเก็บรักษาเมล็ดพันธุรับรอง แบบ 9.6 11.3 ในกรณีที่เมล็ดพันธุ์หรือ ส่วนของกัญขงสูญหาย หรือ ถูกโขมย ต้องแจ้งแบบ 9.7 11.4  ดูแลให้มีฉลากที่ภาชนะหรือหีบหอบรรจุเมล็ดพันธุ์รับรองให้เป็นไปตามที่ผู้ผลิตจัดให้มี ตามข้อ 9.9  11.5   ดําเนินการตามแผนการใช้ประโยชน์ ตามข้อ 4.9 ในกรณีที่ไม่สามารถดําเนินการตาม แผนการใช้ประโยชน์ดังกล่าวได้ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการทราบตามแบบที่เลขาธิการกําหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดําเนินการดังกล่าวได้ 11.6  จัดทําบัญชีรับจ่าย กัญชง แบบข้อ 9.11 11.7  ให้ความร่วมมือกับพนักงานเจ้าหน้าที่ในการสุ่มเก็บตัวอย่างเมล็ดพันธุ์รับรองหรือสวนอื่น ของกัญชง เพื่อควบคุมและกํากับดูแลให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต  11.8 แจ้งกําหนดการล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการขนส่งเมล็ดพันธุ์รับรอง ลําต้นสด หรือ สวนอื่น ๆ ตามที่ได้รับอนุญาตต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือเลขาธิการ แล้วแต่กรณีโดยระบุปริมาณ วันและเวลา ยานพาหนะ เส้นทางการขนส่ง และผู้ควบคุมการขนส่ง พร้อมทั้งนําใบแจ้งดังกล่าวและสําเนาใบอนุญาตตาม ข้อ 6 ไปพร้อมการขนส่ง

สิ่งที่ผู้นำเข้ากัญชงต้องปฎิบัติตาม

12. ให้ผู้รับอนุญาตนําเข้ากัญชงปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

12.1 จัดทําป้ายแบบ ข้อ 9.5
12.2 จัดให้มีใบรับรองของผู้ผลิตซึ่งแสดงรายละเอียดการวิเคราะห์กัญชงที่นําเข้า  12.3 ดําเนินการตามแผน ในข้อ 4.9 หากไม่สามารถดําเนินการได้ ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเลขาธิการทราบตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมิชักช้า แตไม่เกิน สามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดําเนินการดังกล่าวได้
12.4 จัดให้มีฉลากสําหรับกัญชง ที่นําเข้า
12.5 จัดให้มีสถานที่และการรักษาความปลอดภัยเพื่อเก็บรักษายาเสพติดให้โทษในประเภท ๕ เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทําลาย และจัดให้มีการแยกเก็บเป็นสัดส่วนจากยาหรือวัตถุอื่น 
12.6 จัดทําบัญชีรับจ่าย กัญชง แบบข้อ 9.11
12.7 ในกรณีที่เมล็ดพันธุ์หรือ ส่วนของกัญขงสูญหาย หรือ ถูกโขมย ต้องแจ้งแบบ 9.7
12.8 แสดงใบอนุญาตของตนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นไดง่าย ณ สถานที่ระบุไวในใบอนุญาต

สิ่งที่ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตาม

13. ให้ผู้รับอนุญาตส่งออกกัญชง ปฏิบัติ ดังตอไปนี้

13.1 จัดทําป้ายแบบ ข้อ 9.5
13.2 ดําเนินการตามแผน ในข้อ 4.9  หากไม่สามารถดําเนินการได้ ให้แจ้งต่อผู้ว่าราชการจังหวัด หรือเลขาธิการทราบตามแบบที่เลขาธิการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมิชักช้า แตไม่เกิน สามสิบวันนับแต่วันที่ปรากฏว่าไม่สามารถดําเนินการดังกล่าวได้
13.3 จัดให้มีฉลากสําหรับกัญชง ซึ่งมีข้อมูล ครบถ้วนตามที่ผู้รับอนุญาตผลิตจัดไว้
13.4 จัดทําบัญชีรับจ่าย กัญชง แบบข้อ 9.11
13.5 จัดให้มีสถานที่และการรักษาความปลอดภัยเพื่อเก็บรักษากัญชง เพื่อป้องกันการสูญหายหรือถูกทําลาย และจัดให้มีการแยกเก็บเป็นสัดส่วนจากยาหรือวัตถุอื่น 
13.6 ในกรณีที่เมล็ดพันธุ์หรือ ส่วนของกัญขงสูญหาย หรือ ถูกโขมย ต้องแจ้งแบบ 9.7
13.7 แสดงใบอนุญาตของตนไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สถานที่ระบุไว้ในใบอนุญาต 

14. ในกรณีที่ตองการทราบปริมาณสาร THC ในกัญชง  ให้ส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ หากผลการตรวจวิเคราะห์ปรากฏว่ามีปริมาณสารดังกล่าวเกินกว่าที่กําหนด ให้ผู้ส่งตรวจแจ้งพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อควบคุมการทําลาย บทเฉพาะกาล

source: hempika

กฎหมายชั่วคราวจากบทเฉพาะการ

15.เพื่อเป็นการส่งเสริมและปรับปรุงสายพันธุ์กัญชงในประเทศไทย ภายในระยะเวลาห้าปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ นอกเหนือจากการขออนุญาตผลิต จําหน่าย ครอบครอง ส่งออกตาม กฎกระทรวงนี้ ให้การขออนุญาตอื่นๆกระทําได้เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้ 

15.1  กรณีการขออนุญาตนําเข้าและผลิตโดยการปลูกของเมล็ดพันธุ์หรือส่วนขยายพันธุ์อื่นของ กัญชง เพื่อประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ การศึกษา วิเคราะห์ วิจัย ให้กระทําได้โดยไม่ต้องเป็นเมล็ด พันธุ์รับรองตามกฎกระทรวงนี้ ทั้งนี้ ให้มีผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการหน่วยงานของรัฐหรือสถาบัน ที่หน่วยงานของรัฐของประเทศผู้ผลิตหรือผู้ส่งออกเมล็ดพันธุ์หรือสวนขยายพันธุ์อื่นของกัญชง ให้การ รับรอง ซึ่งต้องมีปริมาณสารTHC ไม่เกินที่กําหนด ในประกาศคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษ เรื่อง กําหนดลักษณะกัญชง พ.ศ. 2562 และมี ใบรับรองสุขอนามัยพืช ตามกฎหมายว่าด้วยการกักพืช และใบรับรองว่ามิใช้พืชตัดต่อพันธุ์กรรม (Non GMOs) ตามกฎหมายที่เกี่ยวของ หนังสือรับรองพันธุ์พืช จากกรมวิชาการเกษตร

15.2 กรณีการนําเข้ากัญชงนอกเหนือจาก 15.1 โดยมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อนํามาปลูก ให้กระทํา ได้เฉพาะสําหรับ เพื่อศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เท่านั้น 

15.3 กรณีการขออนุญาตผลิตโดยการปลูกด้วยเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองของไทย เพื่อประโยชน์ ในครัวเรือน พาณิชย์ อุตสาหกรรม การศึกษา วิเคราะห์ วิจัย หรือการส่งออก ให้กระทําได้โดยไม่ต้องเป็น เมล็ดพันธุ์รับรองตามกฎกระทรวงนี้ 

Source : FDA