นายศุภชัย ใจสมุทร จากเว็บภูมิใจไทย

นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กล่าวในเว็บ ภูมิใจไทย ถึงความคืบหน้าของนโยบายปลูกกัญชาบ้านละ 6 ต้น และดำเนินเรื่องดังกล่าว ด้วยการยื่นร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับให้สภาฯ พิจารณา ได้แก่

1.ร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ แก้ไขเพิ่มเติม 

2.ร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย

โดยกฎหมายฉบับดังกล่าว เสนอให้ตั้ง “สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย” มีวัตถุประสงค์ คือ ศึกษาวิจัย วิเคราะห์ และพัฒนาพืชยาเสพติดอย่างเป็นระบบ, ออกใบอนุญาตให้ประชาชนหรือนิติบุคคลในการปลูก ผลิต จําหน่าย นําเข้า ส่งออก ภายใต้ การควบคุมและกํากับดูแล, รับซื้อพืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

เผยแพร่และสนับสนุนการพัฒนาสายพันธุ์พืชตามพระราชบัญญัตินี้, จัดอบรมและสนับสนุนการศึกษาด้านความรู้เกี่ยวกับพืชยาเสพติด แก่บุคลากรจากภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน, ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร ผลงานวิจัย และความรู้เกี่ยวกับพืชยาเสพติด

ส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านการพัฒนาพืชยาเสพติดระหว่างองค์กรภายในประเทศและ องค์กรระหว่างประเทศ, ส่งเสริมงานด้านวิชาการสําหรับพืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์, บริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาและการเผยแพร่พืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์

ขอบคุณมติชน และ newsringside ที่ได้เรียบเรียงร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษแบบย่อออกมา

สาระสำคัญร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ

โดยร่างกฏหมายนี้ให้เหตุผลว่าที่พืชยาเสพติดเป็นพืชที่สามารถนำไปผลิตเวชภัณฑ์ต่างๆได้ ซึ้งในหลายประเทศสามารถปลูก ผลิต และจำหน่ายได้ จึงควรเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนสามารถปลูกพืชยาเสพติดเพื่อการพัฒนาเป็นยารักษาโรค เพื่อเป็นประโยชน์แก่การรักษาทางการแพทย์ ตลอดจนเปิดโอกาสให้มีการผลิต จำหน่าย หรือส่งออกเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและการเกษตรกรรมโดยให้สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการจึงจำ ซึ่งหากทั้ง 2 ร่างผ่านการพิจารณา และได้ออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย จะนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่เป็นประโยชน์กับประชาชน กล่าวจากภูมิใจไทย

  1. เพิ่มบทนิยาม คำว่า “สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย” เป็นหน่วยงานของรัฐที่ตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ในการวิจัย การผลิตจำหน่าย นำเข้า ส่งออก การบริหารจัดการ พืชยาเสพติดตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ค.ศ. 1961-1972 ที่ประเทศเป็นรัฐภาคี 
  2. แก้ไขเพิ่มเติมให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถปลูกกัญชา พันธุ์ indica(Cannabis sativa forma indica)  เพื่อการบริโภคส่วนบุคคล เพื่อการรักษาทางการแพทย์ ผลิตจำหน่ายได้ไม่เกิน 6 ต้นต่อครอบครัว ภายใต้การควบคุมดูแล และบริหารของสภาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย
  3. แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้อนุญาตออกใบอนุญาตให้สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย ในการผลิต นำเข้าส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเทศไทยได้ 

สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย

มาตรา 5 ให้จัดตั้งสถาบัน “สถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย” มีฐานะเป็นนิติบุคคล อยู่ในกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี 

กิจการของสถาบันไม่อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฏหมายว่าด้วยการคุ้มครองเเรงงาน กฏหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์ กฏหมายว่าด้วยประกันสังคม และกฏหมายว่าด้วยเงินทดแทน ทั้งนี้ สถาบันต้องจัดให้มีข้อบังคับ หรือระเบีบบกำหนดให้เลขาธิการ และพนักงาน/ลูกจ้างของสถาบันได้รับประโยชน์ตอบแทนไม่น้อยกว่าที่กฏหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด

มาตรา 6 สถาบันมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

  1. ศึกษาวิจัย วิเคราะห์ และพัฒนาพืชยาเสพติดอย่างเป็นระบบ 
  2. ออกใบอนุญาตให้ประชาชนหรือนิติบุคคลในการปลูก ผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก พืชยาเสพติดภายใต้การตวบคุมและกำหับดูแล 
  3. รับซื่อพืชยาเสพติดและพลิตภัณฑ์ที่ได้รับอนุญาตตามกฏหมาย
  4. เผยแพร่และสนับสนุนการศึกษาเกี่ยวกับพืชยาเสพติด แก่บุคคลากรภาครัฐ/เอกชน/ประชาชน
  5. จัดอบรมและสนับสนุนการศึกษาด้านความรู้เกี่ยวกับพืชยาเสพติด
  6. ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร ผลงานวิจัย และความรู้เกี่ยวกับพืชยาเสพติด 
  7. ส่งเสริมให้มีความร่วมมือด้านการพัฒณาพืชยาเสพติดระหว่างองค์กรภายในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ
  8. ส่งเสริมงานด้านวิชาการสำหรับพืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์
  9. บริการกองทุนเพื่อการพัฒนาและการเผยแพร่พืชยาเสพติดและผลิตภัณฑ์ 

มาตรา 7 ให้สถาบันมีอำอาจกระทำการต่างๆ ภายใต้มาตรา 6 และมีอำนาจดังต่อไปนี้

  1. การมีกรรมสิทธิ์ สิทธิครอบครอง หรือทรัพยสิทธิการสร้าง การซื้อ การว่าจ้าง การรับจ้าง การจัดหาหรือการกระทำการใดๆ เกี่ยวกับทรัพยสิทธิการสร้าง การซื้อ การว่าจ้าง การรับจ้าง การจัดหาหรือการกระทำการใดๆ 
  2. ออกข้อบังคับสถาบันเกี่ยวกับการให้ประกาศนียบัตร ประกาศนียบัตรชั้นสูง ประกาศนียบัตรชั้นสูง/กิตติมศักดิ์/กิตติมศักดิ์ชั้นสูง สัมฤทธิบัตร และวุฒิบัตร แก่ผู้ผ่านการอบรม 
  3. การทำการตกลงและการทำความร่วมมือด้านการพัฒนาพืชยาเสพติดกับองค์กร หรือหน่วยงานภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ
  4. การจัดให้มีทุนเพื่อการค้นคว้า วิจัย และพัฒนาทางวิชาการ
  5. การว่าจ้างหรือการมอบอำนาจให้บุคคลหรือนิติบุคคล เพื่อดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่สถาบันว่าจ้างหรือมอบอำนาจให้กระทำการ
  6. การบริหารกองทุนตามกฏหมายและเป็นไปตามระเบียบของสภาสถาบัน

มาตรา 8 ให้มีสภาสถาบัน( สภาสถาบันพืชยาเสพติดแห่งประเทศไทย)

  1. นายกรัฐมนตรี เป็นประธานสภาสถาบัน
  2. รองนายกรัฐมนตรี ที่ประธานมอบหมาย เป็นรองประธานสภาสถาบัน
  3. กรรมกาสภาสถาบันโดยตำแหน่งได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ /กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์/กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก/กรมโรงงานอุตสาหกรรม/กรมการสนับสนุนการบริการสุขภาพ/กรมสุขภาพจิต นายกสภาการแพทย์แผนไทย นายกสภาเภสัชกรรม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแผ่น ผู้บัญชาการสภาการแพทย์แผนไทย นายกสภาเภสัชกรรม ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแผ่นดิน ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เลขาธิการสำนักงานป้องกันปราบปรามยาเสพติด และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
  4. กรรมการสภาสถาบันผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกิน 6 คน ซึ่งการแต่งตั้งของประธานสภาสถาบัน จากผู้แทนเกษตรกร ผู้แทนผู้ผลิตยา หรือผู้มีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องตามที่ประธานสถาบันเห็นสมควร
  5. เลขาธิการเป็นกรรมการและเลขานุการของสถาบัน

มาตรา 10 สภาสถาบันมีอำนาจหน้าที่ควบตุมและดูแลกิจการทั่วไปของสถาบันและให้มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

  1. กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลของสถาบัน
  2. กำหนดนโยบายและควบคุมดูแลการบริหารเงินกองทุน 
  3. อนุมัติแผนปฎิบัติงานและแผนดำเนินการ 
  4. ออกข้อบังคับว่าด้วยการแบ่งส่วนงานและการบริหาร 
  5. ควบคุมงบประมาณ
  6. อนุมัติเกี่ยวกับการให้ประกาศนียบัตร ต่างในมาตรา 8 
  7. ออกข้อบังคบว่าด้วยการบริหารงาน เช่น การกำหนดบุคคลากร อัตตราว่าจ้าง ค่าตอบแทน เป็นต้น
  8. ออกข้อบังคับเรื่องเครื่องแบบ
  9. ออกระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่าตอบแทน เบี้ยประชุม
  10. ออกระเบียบกำหนดคุณสมบัติ กา่รแต่งตั้ง กา่รถอดถอน การปฎิบัติงาน การจ่ายเงินเดือน และค่าตอบแทน ของเลขาธิการและรองเลขาธิการสถาบัน

มาตรา 22 ให้จัดตั้งกองทุน หนึ่งกองทุน เรียกว่า “กองทุนเพื่อการวิจัย พัฒนาและการเผยแพร่องค์ความรู้” เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายสำหรับการดำเนินงานของสถาบัน ประกอบด้วย 

  1. เงินทุนอุดหนุนหรืองบประมาณแผ่นดินจากรัฐบาล
  2. เงินทุนอุดหนุนจากองค์กรทั้งภายในประเทศหรือองค์กรระหว่างประเทศ
  3. เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับจากการบริจาค
  4. ดอกผลหรือรายได้อื่นจากเงินใน ข้อ 1,2,3

มาตรา 28 ให้มีคณะกรรมการ ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฎิบัติงานของสถาบัน คุณสมบัติจะถูกกำหนดโดยสถาบัน 

มาตรา 29 ให้คณะกรรมการติดตามและประเมิณผลการปฎิบัติงานของสถาบัน มีอำนาจและหน้าที่ตามนี้

  1. ติดตามตรวจสอบและประมวณผลงานสถาบัน โดยพิจรณาจากเอกสาร และผลปฎิบัติงานตามวัตถุประสงค์และนโยบายของสถาบันอย่างเป็นกลาง
  2. ติดตามตรวจสอบและประมวณผลงานของเลขาธิการ โดยพิจรณาจากเอกสาร และผลปฎิบัติงานตามวัตถุประสงค์และนโยบายของสถาบันอย่างเป็นกลาง
  3. การประเมิณผลงานตามแผนการปฏิบัติงานประจำปีของสถาบันทุกปี และทำรายงานประเมินผลงาน เพื่อเสนอต่อสภาสถาบัน

ทั้งนี้ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง 2 ร่างได้ยื่นต่อสภาฯก่อนปิดสมัยประชุมครั้งที่แล้ว และหวังว่าจะได้รับการบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมและได้พิจารณาในสมัยประชุมนี้ ซึ่งขึ้นอยู่ว่าประธานสภาฯ จะบรรจุเมื่อและสภาฯจะพิจารณาเมื่อใด 

source: Matichon, Newsringside, Bhumjaithai, พรบ 1.1 ร่าง, พรบ 2.1 ร่าง