เบื้องลึก เบื้องหลัง กัญชาผิดกฎหมายในประเทศไทย

ในปีพ.ศ. 2468 (สมัยร.6) ยาที่มีส่วนผสมจากกัญชาถูกจัดเข้าบัญชียาเสพย์ติดให้โทษตามพรบ.ยาเสพย์ติดให้โทษ พ.ศ.2465 เป็นครั้งแรกแต่ตัวพืชกัญชายังไม่ผิด แต่พืชกัญชาเริ่มผิดกฎหมายในประเทศไทยในทุกมิติตาม “พระราชบัญญัติกันชา” ปี พ.ศ. 2477 โดยสภาผู้แทนลงมติ เห็นสมควรให้มีการควบคุมกันชา ซึ่ง “ให้โทษร้ายแรงแก่ผู้สูบ” พร้อมกับมีบทกำหนดโทษการซื้อ ขาย ปลูก เสพ ด้วยการจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 200 บาท

ที่น่าแปลกก็คือ รัฐในขณะนั้นใช้ข้อมูลอะไรที่บ่งชี้ว่ากัญชา “ให้โทษร้ายแรง” กับผู้เสพ?

เพราะวิทยาศาสตร์ ในขณะนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ทราบถึงการทำงานของกัญชากับร่างกายมนุษย์อย่างเข้าใจ ไม่มีรายงานถึงผลเสียของกัญชาที่น่าเชื่อถือได้ และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าในกัญชามีสารอะไรบ้าง

จนปี พ.ศ. 2507 นู่นแหละครับ ถึงจะมีการค้นพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทในกัญชาที่ชื่อว่า THC จากนักวิทยาศาสตร์ชาวอิสราเอล

แล้วก็ลากยาวไปจนปี พ.ศ. 2538 กว่าที่วิทยาศาสตร์ได้ค้นพบระบบการทำงานของสารในกัญชา กับตัวรับในสมองและร่างกายที่เรียกว่า “Endo Cannabinoid System” อันถือเป็นความเข้าใจเบื้องต้น และเป็นพื้นฐานสำคัญ ของข้อมูลใหม่ในช่วง 20 ปีหลัง

คำตอบก็คือ รัฐไทยใน พ.ศ. 2477 ไม่ได้เป็นคนคิดข้อมูลขึ้นมาเอง แต่เป็นการนำเข้าข้อมูลที่ถูกผลิตขึ้นในอเมริกา ซึ่งในช่วงปีนั้น (พ.ศ. 2473-2480) ทางสหรัฐกำลัง สร้างและผลิต ข้อมูลอันชวนเชื่อว่ากัญชาคือยาเสพติดร้ายแรง

ซึ่งช่วงนั้นมีการสร้างโฆษณาชวนเชื่อต่างๆ มีการพูดโจมตีกัญชาผ่านวิทยุทุกวัน สร้างสื่อสิ่งพิมพ์ ติดประกาศ สร้างภาพยนตร์ สร้างวาทกรรมต่างๆ เช่น กัญชาอันตรายกว่าเฮโรอีน กัญชาฆ่าเยาวชน กัญชาทำให้คนเป็นบ้า คลุ้มคลั่ง กัญชาทำให้ผู้หญิง(ผิวขาว) ยอมนอนกับคนดำ ซึ่งในยุคนั้นถือเป็นเรื่องที่สังคมรับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง ฯลฯ

ข้อมูลและนโยบายของสหรัฐเหล่านี้ถูกส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ถือเป็นจุดสำคัญที่เป็นพื้นฐานความเชื่อของสังคม และทำให้กัญชาผิดกฎหมายไปทั่วโลก โดยมีเบื้องหลังเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีพืชกัญชา เป็นคู่แข่ง เช่น อุตสาหกรรมCotton กระดาษ น้ำมันพืช ยา เป็นต้น

ตัวอย่างง่ายๆ ก็คือ กระดาษ ที่ก่อนหน้ากฎหมายกัญชา 70% ของกระดาษในอเมริกา ผลิตด้วยการดาษจากพืชกัญชา (Hemp Paper) แต่ในปี พ.ศ. 2481 หลังจากกัญชาผิดกฎหมายได้ไม่ถึงปี กลับมีบริษัทหนึ่งจดสิทธิบัตรการผลิตกระดาษจากเยื่อไม้

โดยสรุปแล้ว การที่กัญชาผิดกฎหมายในประเทศไทย เบื้องหลังสำคัญ ไม่ได้มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เป็นพื้นฐาน แต่เกิดจากการผลิตข้อมูล และนโยบายที่ถูกนำเข้ามา

ถึงวันนี้ ยุโรปและอเมริกาได้ปรับเปลี่ยนอะไรไปมากมายจนถึงขั้นทำกัญชาให้ถูกกฎหมายกันแล้ว

แต่เราจะยังคิดว่า สิ่งที่เค้ายัดเยียดให้มาในอดีต คือ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้ว จริงๆเหรอ?

ข้อมูล : จาก Highland Magazine 01 บท Brief History

#กัญชาชน