ปัจจุบันมีหลายประเทศทั่วโลกที่อนุญาตให้ใช้ CBD ทางการเเพทย์ได้ โดยหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยที่อนุญาตให้ผู้ป่วยสามารถใช้กัญชาทางการเเพทย์ได้ ถึงเเม้ว่าจะยังไม่สามารถปลูกพืชชนิดนี้ได้อย่างถูกกฏหมายได้ในประเทศไทย เเต่ในต่างประเทศที่มีการอนุญาตให้สามารถปลูกได้นั้น มีสายพันธุ์กัญชาที่ถูกปลูกขึ้นเพื่อที่จุดประสงค์หลักก็คือการนำไปรักษาผู้ป่วยในโรคต่างๆ โดยสายพันธุ์พวกนี้จะถูกเรียกง่ายๆติดปากว่า “สายพันธุ์ CBD”

CBD เป็นสารในกลุ่ม Canabinoid เช่นเดียวกับ THC ในขณะที่ THC นั้นทำให้เรา High แต่ CBD กลับทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย ลดความตึงเครียด วิตกกังวล โดยที่ไม่ส่งผลให้เรา High แต่อย่างใด

โดยสายพันธุ์กัญชาที่นิยมนำมาใช้ทางการเเพทย์ส่วนใหญ่จะเน้นสายพันธ์ุที่มี CBD สูงๆ แต่มี THC ที่ต่ำหรือใกล้เคียง สาเหตุที่มีการผลักดันให้ใช้ CBD ทางการเเพทย์มากกว่า ก็เป็นเพราะมันมีประโยชน์ในการรักษาที่คล้ายกันกับ THC แต่ CBD นั้นไม่สามารถทำให้เราเมาได้เหมือนกับ THC เจ้า CBD จึงดูเหมาะสมที่จะนำมาใช้ทางการเเพทย์มากกว่า

แต่อย่างไรก็ตามโรคบางโรคนั้นต้องใช้ทั้ง CBD และ THC ควบคู่กันไปในการรักษา เช่น โรคมะเร็ง บรรเทาอาการปลายปอกประสาทเสื่อม

หลังจากครั้งที่เเล้วเราได้อธิบายถึงประโยชน์ของเจ้า THC เเละได้รู้จักสายพันธ์กัญชาที่มี THC สูงๆกันไปแล้ว วันนี้เรามารู้จัก 5 สายพันธ์ุกัญชา CBD ที่นิยมนำมาใช้ทางการแพทย์กันดีกว่า

1. Cannatonic

Cannatonic เป็นสายพันธุ์ที่ได้รับรางวัลเพราะมี CBD ที่สูง ลูกผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่าง Reina Madre และ NYCD มีปริมาณ CBD และ THC อยู่ในอัตราส่วน 1:1 เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสม จะนำไปทำเป็นยา สำหรับคนที่มองหาสายพันธุ์ที่มี CBD, THC ที่สูงในอัตราส่วนที่เท่าๆกัน แต่โอกาศที่จะได้อัตราส่วน 1:1 มีโอกาสครึ่งต่อครึ่ง อีกครึ่งคือจะได้ CBD สูงกว่า หรือ THC สูงกว่า

2. CBD Therapy

เป็นสายพันธุ์ที่ถูกปรับแต่งมาอย่างน่าทึ่ง เพราะเวลาใช้เราเเทบไม่ได้รับผลข้างเคียงจาก THC เลย! โดยตัวผลผลิตนั้นมีปริมาณ THC เพียง 0.5% แต่มี CBD สูงถึง 10%

ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันกัญชาหรือสเปรย์นั้นสามารถใช้สายพันธุ์นี้ในการผลิตได้ เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการใช้ยาแต่ไม่ต้องการอาการมึนเมา ทำให้ไม่กระทบต่อการทำงานหรือแม้กระทั่งกิจกรรมอื่นๆ

3. Candida (CD-1)

เป็นสายพันธุ์ที่ถูกผสมกันระหว่างพันธุ์ AC/DC กับ Harlequin มาพร้อมกับ CBD ที่สูงถึง 11-20% และ THC ที่ 0.5% เป็นสายพันธุ์ที่มี CBD สูงที่สุดและ THC ต่ำที่สุดในสายพันธุ์กัญชาทางการแพทย์ที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบัน

4. Juanita La Lagrimosa

เป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการผสมกันของ Reina Madre และสายพันธุ์ Mexico/afgana เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสำหรับการนำมาทำน้ำมันกัญชาสกัด ด้วยอัตราส่วน THC และ CBD แบบ 1:1 โดยมี CBD อยู่ที่ 7-8% THC อยู่ประมาณ 6-7% เหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการทั้ง THC และ CBD ในการรักษาโดยที่ไม่ต้องการผลข้างเคียงจาก THC

5. OG Kush CBD

เป็นสายพันธุ์ที่ถูกผสมกันระหว่าง OG Kush และ pureCBD มีอัตราส่วน THC CBD อยู่ที่ 1:1 มี THC และ CBD 10% ด้วยปริมาณ CBD ที่สูงนั้นสามารถนำมาใช้บรรเทาอาการปวด ลดความตึงเครียด วิตกกังวลอีกทั้งยังช่วยให้เรานอนหลับสบายอีกด้วย

แต่ละสายพันธ์ุที่กล่าวมานั้นล้วนถูกนำมาใช้ทางการแพทย์ แต่เราต้องเข้าใจก่อนว่า กัญชาไม่ใช่พืชที่สามารถรักษาได้ทุกโรค อีกทั้งกัญชาแต่ละสายพันธ์ุนั้นก็มีสารประกอบในปริมาณที่ไม่เท่ากัน เราจึงจำเป็นต้องศึกษาให้แน่ใจก่อนว่ามันเหมาะสมกับโรคที่จะรักษาหรือไม่

นอกเหนือจากสาร CBD และ THC แล้ว กัญชายังมีสารประกอบอื่นๆที่มีประโยชน์อยู่ เพียงแต่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากพอที่จะนำมาประยุกต์ใช้ เพราะพืชกัญชาก็ยังถูกจัดอยู่ในหมวดสิ่งเสพติดประเภทที่ 5 อยู่ ทำให้การศึกษาวิจัยสารต่างๆในกัญชายังเป็นเรื่องที่ถูกจำกัด เราคงยังต้องรอต่อไปอย่างมีความหวัง เพื่อที่ได้ศึกษาพืชชนิดนี้อย่างละเอียดเสียที

อ้างอิง:
1. Anon, (2019). [online] Available at: https://www.pharmacy.mahidol.ac.th/th/knowledge/article/453/กัญชา/ [Accessed 1 Jul. 2019].
2. Cannabis.info. (2019). Top 10 medical strains with high CBD percentage – Cannabis.info. [online] Available at: https://www.cannabis.info/en/strains-top-10-lists/medical-cbd [Accessed 1 Jul. 2019].