สมัยก่อนคนทั้งโลกเชื่อว่าโลกแบน แต่พอเวลาผ่านไปวิทยาศาสตร์ก็พิสูจน์แล้วว่าโลกกลม โลกของกัญชาก็เหมือนกัน พืชกัญชามักถูกมองเป็นผู้ร้ายมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ท่องจำกันมาตั้งแต่เราเด็กๆ แต่ปัจจุบันได้มีข้อมูล ผลการค้นคว้าวิจัยใหม่ๆ ออกมาลบล้างความเชื่อผิดๆของกัญชามาโดยตลอด หลายข้อก็เป็นเพียงความจริงบางส่วน หรือเป็นความเชื่อที่สืบทอดกันมามากกว่าความเป็นจริง เราจึงขอรวบรวม 9 ความเชื่อผิดๆยอดฮิตของกัญชา มาดูกันว่ามีมูลเพียงใด

1. กัญชาทำลายสมรรถภาพทางกาย ผู้เสพกัญชาในปริมาณมาก เป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม จนไม่สามารถประกอบกิจการงานใดๆ

ตอบ : การทำอะไรที่มันไม่อยู่บนความพอดีก็ล้วนก่อให้เกิดผลเสียทั้งสิ้น เช่น กินหวาน กินมัน กินเค็ม ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ทำงานหนักเกิน เครียดมากเกินไป ฯลฯ เรื่องนี้เรียกว่าเป็นคอมมอนเซนต์อยู่แล้ว

2. ทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสพติดกัญชามีผลร้ายคล้ายกับการติดเชื้อเอดส์ (HIV) กล่าวคือ กัญชาจะทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานเสื่อมลงหรือบกพร่อง ร่างกายจะอ่อนแอและติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย

ตอบ : จากงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า กัญชาช่วยปรับสมดุลภูมิคุ้มกันให้คงที่ (1)
แม้การทดลองในผู้ติดเชื้อ HIV ก็ไม่พบว่าทำให้ภูมิคุ้มกับของผู้ติดเชื้อลดลง (2) และพบว่าในกลุ่มของผู้ติดเชื้อ HIV คนที่ไม่ได้ใช้ เปรียบเทียบกับคนที่ใช้กัญชา คนที่ไม่ได้ใช้กัญชา มีเซลล์ CD4 (เซลล์ภูมิคุ้มกัน) น้อยกว่าคนที่ใช้กัญชา(3)

3. ทำลายสมอง การเสพกัญชาแม้เพียงในระยะสั้น ทำให้ผู้เสพบางรายสูญเสียความทรงจำ เพราะฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้สมองและความจำเสื่อม เกิดความสับสน วิตกกังวล และหากผู้เสพเป็นผู้มีอาการของโรคจิตเภท หรือป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีความเสี่ยง ที่จะเกิดอาการรุนแรงมากกว่าคนปกติทั่วไป

ตอบ : การเสพกัญชามีผลเสียต่อความทรงจำระยะสั้น การใช้ในเยาวชนที่สมองยังไม่เจริญเติบโตเต็มที่อาจส่งผลเสียกับสมองได้ มีโอกาสกระตุ้นการเกิดโรคทางจิตในผู้ที่มีความเสี่ยง และมีโอกาสก่อให้เกิดโรควิตกกังวง และซึมเศร้าได้ (4)

ส่วนในสมองที่เติบโตเต็มวัยยังไม่พบความเชื่อโยงที่ชัดเจน แต่ในกลุ่มคนที่ใช้ในปริมาณมาก และไม่มีการควบคุม จะมีปัญหาบ้าง(5)

และในทางกลับกัน กัญชาสามารถช่วยกำจัดโปรตีนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ (6)

ในส่วนของการทำลายสมอง จากงานวิจัยล่าสุดของภาควิชาประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโคโลราโด ทำการศึกษาสมองในส่วนของ สมองเนื้อสีเทา (Gray Matter) และสมองเนื้อสีขาว (White Matter) ของคน 1,292 คน สรุปว่าคนที่ใช้กัญชาไม่พบความเชื่อมโยงของการลดลงของโครงสร้างสมองสีเทา หรือขาว หรือพูดอีกอย่างคือ ไม่ได้ทำลายสมอง (7)

4. ทำให้เกิดมะเร็งปอด การสูบบุหรี่ยัดไส้กัญชาเพียง 4 มวน ซึ่งเท่ากับการสูบบุหรี่ 1 ซอง หรือ 20 มวน นั้นสามารถทำลายการทำงานของระบบ ทางเดินหายใจทำให้มีความเสี่ยงต่อการเกิด โรคมะเร็งได้มากกว่าคนสูบบุหรี่ธรรมดาถึง 5 เท่า และในกัญชายังมีสารเคมีที่เป็นอันตราย สามารถให้เกิดโรคมะเร็งได้

ตอบ : ข้อมูลนี้มีการใช้อ้างอิงกันมานาน จริงๆแล้วข้อมูลนี้มาจากการสูบบุหรี่ยัดใส้กัญชาซึ่งไม่มีก้นกรอง โอกาสที่ร่างกายจะได้รับสารจากการเผาไหม้จึงเพิ่มขึ้นมาก แล้วคำนวนว่าโอกาสการเกิดโรคมะเร็งปอดก็จะเยอะขึ้นตามมา

แต่อย่างไรก็ดีข้อมูลวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร International Of Cancer ในปี 2014 จากการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยมะเร็งปอด 2,159 เคส และกลุ่มตัวอย่างที่ควบคุม 2,985 คน ทั้งจากยุโรปและอเมริกา พบว่า กลุ่มที่ สูบกัญชาเพียงอย่างเดียว โดยไม่ผสมบุหรี่ มีความเสียงในการเกิดโรคมะเร็งปอด เท่ากับกลุ่มคนที่ไม่สูบอะไรเลย ส่วนคนที่สูบบุหรี่ และสูบกัญชาผสมบุหรี่ มีความเสี่ยงต่อมะเร็งปอดสูง (8)

5. ทำร้ายทารกในครรภ์

ตอบ : สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงกัญชาอยู่แล้ว

6. ทำลายความรู้สึกทางเพศ กัญชาจะทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในชายลดลง ทำให้ปริมาณอสุจิน้อยลง ทั้งยังพบว่า ผู้เสพติดกัญชามักกลายเป็นคนขาดสมรรถภาพทางเพศ

ตอบ : ทำให้ลดปริมาณอสุจิลงจริง แต่มันคนละเรื่องกับขาดสมรรถภาพทางเพศ

7. ทำลายสุขภาพจิต ฤทธิ์ของกัญชาจะทำให้ผู้เสพมีอาการเลื่อนลอย ฝันเฟื่อง ความคิดสับสนและมีอาการประสาทหลอนจนควบคุมตนเองไม่ได้ ซึ่งถ้าเสพเป็นระยะเวลานานจะทำให้มีอาการจิตเสื่อม

ตอบ : คำตอบเหมือนกับข้อ 3

8. เมากัญชาแย่พอๆกับการเมาแอลกอฮอล์แล้วขับ

ตอบ : เมาไม่ขับดีที่สุดอยู่แล้ว แต่ข้อแตกต่างของกัญชากับแอลกอฮอล์คือ ความคึกคะนอง

9. กัญชาเป็นสารเสพติด นี่อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่ใช้กัญชาแล้วต้องไปลองสารเสพติดตัวอื่นที่แรงกว่า เคลิ้มกว่า แต่จากประวัติของนักค้ายาหรือผู้เสพยาที่ถูกจับส่วนมากแล้ว จะเริ่มต้นจากการสูบบุหรี่และกัญชามาด้วยทั้งนั้น

ตอบ : ถ้าเรานิยามยาเสพติดแบบนี้ คุณต้องเข้าใจว่ามีอีกหลายอย่างที่เป็นสารเสพติดเช่นกัน เช่น น้ำตาล กาแฟ แอลกอฮอล์ บุหรี่ ฯลฯ

ส่วนเรื่องกัญชานำพาไปสู่ยาเสพติดชนิดอื่น เรียกว่าเป็นทฤษฎีที่ไม่ได้ลงไปถึงสาเหตุที่แท้จริง อย่างเช่นความสุขของคน สถานภาพทางเศรษฐกิจและครอบครัว ฯลฯ

สรุป เราก็เบื่อเหมือนกัน กับการนำเสนอกัญชาแบบด้านเดียว ที่ไม่ได้นำพาความชัดเจนใดๆให้สังคม

#กัญชาชน #Highland

ข้อมูล

(1) https://link.springer.com/chapter/10.1007/3-540-26573-2_13
(2)http://annals.org/…/short-term-effects-cannabinoids-patient…
(3) https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4950932/
(4) http://www.jaacap.com/article/S0890-8567(09)61685-3/abstract
(5) https://link.springer.com/article/10.1007/s001270170052
(6) https://www.eurekalert.org/pub_rel…/2016-06/si-crp062816.php
(7) https://www.medicalnewstoday.com/articles/320895.php