ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา สาร CBD เป็นที่เพ่งเล็งของบริษัทอาหารเสริมและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ต้องการจะนำมาเป็นส่วนผสมสำคัญ ซึ่งปกติแล้วสาร CBD นั้นมีประโยชน์กับร่างกายมาก แต่ในการทดลองในผู้ป่วย 1 ราย พบว่า เมื่อ CBD ผสมกับยาบางชนิด “อาจจะ”ทำปฏิกริยาจนเกิดผลลัพธ์บางอย่างที่อาจส่งผลกับร่างกายได้ ทั้งนี้ทีมวิจัยพบว่า CBD นั้นทำปฏิกิริยากับยารับประทานที่มีขายทั่วไปในสหรัฐอเมริกา ถึง 60% ของยายี่ห้อต่างๆที่มีวางขายอยู่ในตลาดอเมริกา

ร่างกายเราย่อย CBD อย่างไร?

จากการวิจัยของนายแพทย์ Rong C. พบว่ายาที่กินส่วนใหญ่นั้นถูกย่อยผ่านเอนไซม์ตับ “cytochrome P450” หรือ “CYP450” ซึ่งเป็นเอนไซม์ตัวเดียวกันที่ใช้ย่อย CBD นั้นหมายความว่าหากคุณทาน CBD ในขณะที่ใช้ยาตัวอื่นมันจะป้องกันเอนไซม์สำคัญเหล่านี้ซึ่งจะทำให้ยาเข้าสู่ระบบและออกฤทธิ์กับร่างกายคุณมากขึ้น มากไปกว่านั้น จากบทความของ VICE ยังคาดการณ์ว่ายาที่เรารับประทานถึง 60% ถูกย่อยด้วย CYP450 แปลว่าหากคุณใช้ CBD ในปริมาณสูงๆมันก็อาจจะมีความเป็นไปได้ที่มันจะเกิดปฏิกิริยากันได้

จากกรณีศึกษาหนึ่งของนายแพทย์ Leslie Greyson และเพื่อนร่วมทีมจาก มหาลัย Alabama, Usa ได้พบว่ายา CBD นั้นทำปฎิกิริยา กับ warfarin ซึ้งเป็นยาเจือจางเลือด ทำให้เลือดของผู่ป่วยนั้นเจือจางกว่าเดิม

ยาที่มีปฎิกิริยากับ CBD

จากรายงานของกรมอนามัยโคลัมเบียระบุว่า CBD ยังสามารถเพิ่มระดับความเข้มข้นของซีรั่ม: ซึ่งเพิ่มปริมาณยาในเลือดของคุณและของยาอื่นๆเช่นกัน รวมถึงยาแก้ซึมเศร้า, ยาแก้แพ้, ยาแก้แพ้, ยาต้านจุลชีพ, บล็อกช่องแคลเซียมและเบต้าบล็อกเกอร์

“สมมติว่าคุณกำลังทานยาอย่าง warfarin หรือ Coumadin ซึ่งเป็นยาเจือจางเลือดที่เรามอบให้แก่ผู้ป่วยเป็นปกติ เพื่อทำให้เลือดของพวกเขาเบาบางลง และถ้า CBD ขัดขวางการเผาผลาญของ Warfarin ร่างกายเราก็จะดูดซับสารได้สูงขึ้นและทำให้ตัวยามีความแรงกว่าเดิม ซึ้งอาจกลายเป็นสารพิษหรือก่อให้เกิดปัญหาอื่น ๆ ได้ ในกรณีที่เลือดเบาบางลงอย่าง Warfarin อาจทำให้เกิด ปัญหาอื่น ๆ หรือตกเลือดขั้นอันตรายได้เลย”

Michelle Henry แพทย์ผิวหนังที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการและศัลยแพทย์ Mohs จากฮาร์วาร์ด

เช่นเดียวกันกับ ยากล่อมประสาทในกลุ่มยา benzodiazepines (หรือ benzos) เช่น Xanax, Ativan, หรือ Clonazepalm ซึ่งใช้รักษาโรควิตกกังวล หากใช้ CBD ร่วมกับหนึ่งในยาเหล่านี้ก็สามารถเพิ่มผลข้างเคียงและอาจทำให้คุณรู้สึกง่วงนอนมากขึ้น ในบางกรณีการผสมของ ยากล่อมประสาทและ CBD อาจเป็นพิษหรือรบกวนระบบทางเดินหายใจของคุณ แพทย์สงสัยว่ายาปฏิชีวนะบางชนิดและแม้แต่ NSAIDs คิดว่ายาแก้ปวดเช่น Ibuprophen,Aleve, หรือ Advil นั้นก็มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อบริโภค CBD

Michelle Henry


 “การทวีคูลของความเข้มข้นของตัวยาขึ้นอยู่กับโดสของยาที่คุณทาน และโดส CBD ที่คุณใช้ ถ้าความเข้มข้นของ CBD สูงพอมันก็จะยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เหล่านั้นได้ คุณก็จะได้รับยาอื่น ๆ เข้าสู่ระบบของคุณมากขึ้น”

Yasmin Hurd

ในทางกลับกัน CBD ในปริมาณที่ต่ำมาก จะไม่มีผลกระทบต่อร่างกายของคุณในการใช้ยาอื่น ๆ

ปฏิกิริยาของ CBD และ ยา เป็นกลไกแบบเดียวกับทฤษฏีเกรพฟรุ๊ตที่ถูกค้นพบโดยทีมแพทย์ Harvard Medical Schoo lซึ่งแสดงให้เห็นว่าผลไม้ที่มีรสเปรี้ยทำให้ร่างกายของคุณดูดซับยาบางชนิดโดยเฉพาะยาลดคอเลสเตอรอล, ยาลดความดันโลหิต, และยาแก้แพ้  ไม่แตกต่างจาก CBD กลับกันกับ thc ที่ทำให้ความหนาแน่นในเซรั่มน้อยลง

(ข้างบนเป็นยาที่เจอ THCแล้วประสิธิภาพลดลง ส่วนข้างล้างเป็นตัวยาที่ CBD เจอแล้วจะทำให้รุนแรงขึ้น)

วิธีที่คุณรับ CBD ก็มีผล!

ไม่ว่าจะเป็นวิธีสูบดม, กิน, อมใต้ลิ้นหรือ ทานั้น ยังมีส่วนในการมีปฏิสัมพันธ์กับยา แต่สิ่งสำคัญคือปริมาณสารได้เข้าไปสู่กระแสเลือดมากน้อยเท่าไหร่ ซึ้งความมากน้อยของปริมาณสารในแต่ละวิธีนั้นต่างก็แตกต่างออกไป

ทางที่เข้าสู่กระแสเลือดมากที่สุดนั้นก็คือ การฉีดยาเข้ากระแสเลือด  รองลงมาก็เป็นตามลำดับดังนี้ 1.การหยดยาไว้ใต้ลิ้น หรือ การสูดดม 2. การดื่ม หรือ การกิน ส่วน แบบที่น้อยที่สุดคือ การทา

การหยดใต้ลิ้น

การหยดใต้ลิ้นนั้น ถูกสร้างมาเพื่อให้มันถูกดูดซึมตามผนังปากของเรา ซึ้งหมายความว่ามันจะไม่ถูกดูดซับโดยระบบทางเดินอาหาร เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เห็นผลลัพธ์เร็วที่สุด

การสูบ

การสูดดมนั้นสามารถ เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงดังนั้นคุณจะรู้สึกได้ถึงผลที่เร็วกว่าวิธีอื่น ๆ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีหรือน้อยกว่านั้น สาร CBD ที่ร่างกายจะดูดซับด้วยวิธีนี้อยู่ที่ 34 ถึง 56% แต่เชื่อหรือไม่ว่าวิธีนี้ปลอดภัยสำหรับคนที่ไม่เคยลองที่สุดเนื่องจาก เห็นผลเร็ว และ หมดฤทธิ์เร็วกว่าวิธีกิน

การกินหรือดื่ม

การกินนั้นใช้เวลาถึง 1-2ชั่วโมงกว่าระบบย่อยจะสามารถดูดซับได้ และผลจะอยู่นานกว่าวิธีอื่น สิ่งที่ควรระวังคือการกิน CBD ระหว่างมียาชนิทอื่นในร่างกายเนื่องจาก ยาที่ใช้กิน กับ CBD นั้นใช้สารย่อยเดียวกัน

เมื่อถูกกิน CBD จะต้องผ่านระบบทางเดินอาหารซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมในกระแสเลือดบางส่วนก่อนที่จะไปถึงตับซึ่งเป็นเอนไซม์ที่สำคัญอยู่

การทา

วิธ๊ที่มีศักยภาพน้อยที่สุดคือผ่านผิวหนัง ปริมาณของCBDที่ร่างกายจะดูดซับและส่งไปยังกระแสเลือดผ่านผิวหนังมีโอกาสน้อยมาก จึงทำให้วิธีนี้เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด แต่สุดท้ายแล้วทางที่ดีที่สุดก่อนที่คุณจะใช้สารสกัด CBD ก็ยังคงเป็นการขอคำปรึกษาจากแพทย์ที่จ่ายยาให้กับคุณ เพื่อเป็นที่แน่ใจว่ายาที่คุณได้รับมาจะไม่เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ดีเมื่อมาใช้ร่วมกับ CBD

แล้วเราป้องกันไม่ให้ยาตีกันได้อย่างไร?

สารในกัญชานั้นไม่ควรจะถูกแยกใช้ทั้งนี้ถึงแม้ว่า CBD โดยตัวของมันเองจะไม่อันตรายแต่หากเป็นไปได้ก็ควรจะเว้นระยะห่างจากตอนที่เราต้องกินยา หรือทานกันคนละเวลา

  “การเว้นระยะห่างของปริมาณยาช่วยลดการทำงานของตับได้ ตัวอย่างเช่นหากคุณทานยาไปสักพักใหญ่แล้วความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ตับอาจลดลงหลังจากสองสามชั่วโมง หลังจากเว้นระยะไปเอนไซม์ในตับก็จะกลับมาทำงานได้ปกติ และถ้าคุณทาน CBD ตามไปหลังจากเว้นช่วงไปแล้วมันก็คงไม่เป็นอะไร”

Yasmin Hurd

สิ่งสำคัญที่ควรระวังคือ แต่ละคนมีปฏิกิริยากับยาไม่เหมือนกัน บางคนก็ไวต่อบางสาร บางคนก็ด้านชาไม่รู้สึกอะไร สุดท้ายแล้วมันขึ้นอยู่กับ กรรมพันธุ์, อายุ, และ สภาพร่างกาย ทั้งนี้การใช่สารกัญชาแค่อย่างใดอย่างนึง(THC อย่างเดียวหรือ CBD อย่างเดียว) อาจไม่ดีเท่ากับการที่ใช้สาร THC และ CBD พร้อมกัน

อ้างอิง: 1. Julia Ries, CBD may possibly interfere with your daily medication, 2019,< https://www.huffpost.com/entry/cbd-medication-interaction_l_5c9271efe4b08c4fec336ff2?fbclid=IwAR2nNTJbhAizVdAYaVWdKGDOWl338qlnd-bC0JZ7x5CnGavNnaGfJzPWgq8&guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly9sLmZhY2Vib29rLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAAA6foZvwMQXZ9TEHcsjy7TUni0H0NiPrGehi3ERuSVhtOeh2CSYG_7xRE2i-7R8IpbcxjzF7xT4aAYbS16OzRKsvFKd2PgMPUqfTyBaqnbSXlEiIQyk_Zwon3HvXZRax7BvjVWt2hNDvUmJu3b5NTHukm8A__D8s5HBRIw1SmeJ6 >

2. Department of health, Adverse effect and drug interaction, < https://doh.dc.gov/sites/default/files/dc/sites/doh/publication/attachments/Medical%20Cannabis%20Adverse%20Effects%20and%20Drug%20Interactions_0.pdf >

3. Leslie greyson, An interaction between warfarin and cannabidiol, a case report,2017, Ncbi, <https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5789126/ >

4. Rong C.,Drug-drug interactions as a result of co-administering Δ9-THC and CBD with other psychotropic agents,2018, < https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/29082802 >

5.Mark hay, CBD Could Interact With Prescription Meds, Vice, 2019, < https://www.vice.com/en_us/article/a3b47k/this-is-how-cbd-could-interact-with-prescription-meds >