Thai Stick เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะตัวแทนกัญชาไทย ในช่วงปลายยุค 60 ถึงต้น 70 Thai Stick ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในอเมริกา เรียกว่าในขณะนั้นถ้าพูดถึงประเทศไทยชาวอเมริกันคงไม่ได้นึกถึงต้มยำกุ้ง หรือ ข้าวหอมมะลิแบบทุกวันนี้ แต่คงนึกถึง Thai Stick ลักษณะเด่นของ Thai Stick คือ การใช้เทคนิคพิเศษปั้นให้ดอกมีลักษณะกลมยาว และที่สำคัญคือ “ไม่มีเมล็ด”

ความเป็นมาของ THAI STICK

เรื่องราวเริ่มต้นจากสงครามเวียดนามในปี 1956 ทหารอเมริกันมากมายถูกส่งมาประจำการที่เมืองไทย และ Thai Stick เป็นที่นิยมของเหล่า ทหาร เป็นอย่างมาก จนเริ่มมีการลักลอบนำ Thai Stick เข้าไปสู่อเมริกาในช่วงยุค 60 ด้วยคุณภาพระดับ Premium ของดอก ความแรงและรสชาติที่ดีในการสูบ ทำให้ Thai Stick กลายเป็นสายพันธุ์ยอดนิยมในยุคนั้น

ในปี 1975 สงครามยุติลง ทำให้อุตสหกรรม ส่งออกกัญชาของไทยไปยังอเมริกายุติลงตามไปด้วย และ ชื่อ Thai Stick เริ่มเปฺ็นที่รู้จักน้อยลง มีความพยายามที่จะปลูก Thai Stick ในอเมริกาอยู่บ้างแต่ได้ผลผลิตไม่ดีเพราะเป็นพืชพื้นเมืองของไทยชอบอากาศร้อนชื้น

ภายหลังมีรายงานการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ที่มี Thai Stick เป็นต้นตระกูล และยังพบว่า Thai Stick อยู่ในเมนูกัญชาที่ขายกันใน Cannabis Coffee Shop ตามที่ต่างๆเช่น Amsterdam เป็นต้น

ความแตกต่างของ THAISTICK และอัดแท่งปัจจุบัน

การปลูกกัญชาที่ขายกันอยู่ในบ้านเราทุกวันนี้ใช้วีธีการปลูกแบบตามมีตามเกิด ไม่ได้มีการแยกต้นตัวเมีย/ตัวผู้ออกจากกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ดอกตัวเมียทุกดอกติดเมล็ด

ส่วนในต่างประเทศทึ่ปลูกขายอย่างถูกกฎหมายจะใช้วิธีการแยกต้นตัวเมีย/ตัวผู้ออกจากกันตอนที่ต้นเริ่มออกเพศแต่ยังไม่พร้อมที่จะผสมพันธุ์ หรือใช้เมล็ดตัวเมียในการปลูกหรือใช้วิธีการปักชำจากต้นตัวเมีย ทำให่้ผลผลิตที่ได้ไม่มีเมล็ด

แล้วมีเมล็ดกับไม่มีเมล็ดนั้นต่างกันยังไง?

วิธีการปลูก Thai Stick นั้นไม่ใช่ทั้ง 2 วิธีข้างต้นที่ผมได้กล่าวมา แต่การปลูก Thai Stick ใช้วิธีการปลูกแบบไม่แยกเพศ แต่จะใช้วิธีการ “บิด” ต้นเพื่อให้ต้นเกิดแผลจนต้นไม่สามารถที่จะผสมพันธุ์ได้ แต่ยังเจริญเติบโตได้อย่างปกติ จึงทำให้ Thai Stick นั้นไร้เมล็ด

การทำให้ต้นตัวเมียไม่สามารถผสมพันธุ์ได้ในขณะทึ่ต้นกัญชาอยู่รวมกันมากๆทั้งสองเพศ ผมคิดว่าน่าจะเป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่นำไปสู่ผลผลิตระดับ 2-3 กิโลกรัมต่อต้น ด้วยเหตุผลที่ว่ากัญชานั้นเป็นพืช “สังคม” เมื่อตัวเมียอยู่ร่วมกันมากๆจะทำให้ต้นตัวเมียแต่ละต้นเกิดการแข่งขันกันเพื่อเรียกร้องการผสมพันธุ์ จึงทำให้ต้นตัวเมียแข่งกันโตและแข่งกันออกดอก

ในขณะเดียวกันเมื่อต้นตัวเมียมีตัวผู้อยู่ใกล้ๆก็จะเป็นการกระตุ้นให้ต้นตัวเมียหลั่งน้ำมันออกมาจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตมีความเหนียวและหอม จนชาวต่างชาติคิดว่า Thai Stick นั้นใช้วิธีการจุ่ม Hash Oil จึงทำให้ผมเชื่อว่าวิธีการทำ Thai Stick นั้นไม่ธรรมดา เป็นภูมิปัญญาที่เราควรอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างยิ่ง

วิธีการผลิต THAISTICK แบบดั่งเดิม

ทางกัญชาชนได้ไปสอบถามชาวม้งที่เคยปลูก Thai Stick แบบดั่งเดิมนั้นเป็นภูมิปัญญาจากเผ่า “ม้ง” ที่จังหวัด พิษณุโลก จุดเด่นของ Thai Stick จริงๆ คือ กัญชาสายพันธุ์ไทยแท้ และกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เมื่อมีการปราบปรามทำให้ภูมิปัญญานี้สูญหายไป เหลือเพียงแค่การคาดเดาว่าจริงๆแล้ว Thai Stick นั้นทำอย่างไร 

เมื่อถามลึกลงไปถึงวิธีการปลูก คำตอบที่ผมได้ทำให้ผมแน่ใจว่านี่คือวิธีการทำ Thai Stick แบบดั้งเดิมอย่างแน่นอน เหตุผลหลักที่ทำให้ผมแน่ใจว่านี่คือวิธีการทำ Thai Stick เพราะว่าเค้ามีวิธีเฉพาะที่ทำให้ต้นตัวเมียไม่ผสมพันธุ์ แม้จะปลูกรวมกับต้นตัวผู้ก็ตาม ซึ่งตรงกับลักษณะเฉพาะที่เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง Thai Stick ของอเมริกา

ประการต่อมาที่เป็นเหมือนกุญแจไขข้อสงสัยที่ว่า Thai Stick นั้นจุ่มฝิ่น หรือ จุ่ม Hash Oil ตามที่ฝรั่งพูดกันนั้นไม่ใช่ แต่กลับเป็นวิธีการที่เค้าตัดใบบนช่อดอกออกก่อนที่จะตัดต้น และใช้วิธีเฉพาะ บีบรวมน้ำมันที่ออกมาจากช่อดอกไว้แล้วปั้นให้เป็นก้อน ก่อนที่จะใช้ใบตองห่อและมัดด้วยเชือกจากกัญชง

ขั้นตอนการทำที่ผมได้สอบถามมาถือว่าละเอียดมาก ยังมีอีกมากมายหลายเรื่องที่เขียนอีกหลายวันคงยังไม่หมด ทั้งเรื่องการเตรียมดิน การทำปุ๋ยที่ผลิตจากธรรมชาติสูตรเร่งใบ เร่งดอก การกำจัดแมลง เทคนิคในการอดน้ำ เทคนิคการแกล้งพืชต่างๆ มากมาย ที่ต้องบอกว่าเป็นการรู้จักธรรมชาติของพืชอย่างแท้จริง และใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมอย่างชาญฉลาด

สุดท้ายผมถามเรื่องผลผลิตจากชาวม้งว่า “ปลูกต้นนึงเก็บได้กี่ขีดครับ?”

“2-3 กิโลครับ” ชาวม้งตอบผมด้วยสีหน้าเรียบๆ

Thai stick ที่ถูกพัฒนาโดยต่างประชาติ

หลังจากที่ Thai Stick หายไปพร้อมกับสงครามเวียดนามและการกวาดล้างของภาครัฐในช่วยยุคกลาง 1970 ทำให้ภูมิปัญญาในการทำ Thai Stick เลือนลางหายไปนับ 40 ปี จนเมื่อหลายปีก่อน กัญชาได้กลับมา Mainstream ในอเมริกา ทำให้มีการหยิบคอนเซ็ปของ Thai Stick กลับขึ้นมาทำอีกครั้ง

อย่างที่รู้กันว่า Thai Stick คือวิธีการทำกัญชาแบบโบราณของไทย แต่ตอนนี้ทางอเมริกาได้หยิบ คอนเซ็ปในการทำ Thai Stick ของเรามาทำ ซิก้ากัญชา ด้วยกัญชาสายพันธุ์ Afgoo ที่ไม่ใช่ Thai Stick โดยใช้วิธีการ เสียบไม้ใผ่และใช้เชือกที่ทำจากใยกัญชามัด บางครั้งมีการราดด้วย Dabs (ซึ่งคล้ายคลึงกับด้ายแดงไทยสมัยก่อนที่ใช้การจุ่ม Cannabis Oil) และพันด้วยใบกัญชาอีกรอบ

ข้อดีของการทำ Thai Stick คือได้กัญชาคุณภาพและเก็บรักษาให้อยู่ในคุณภาพที่ดีได้นาน กระบวนการผลิตไม่ได้ลดคุณภาพของกัญชาเหมือนการอัดแท่ง และยังได้รับผลตอบรับค่อนข้างดีในอเมริกา

ส่วนวิธีการสูบนั้น ใช้ได้ทั้งการสูบแบบซิก้า และ การหั่นแล้วสูบผ่านบ้อง

ภูมิปัญญาและกัญชาของไทยที่ครั้งหนึ่งเคยโด่งดังจนเป็นสินค้าส่งออกสร้างรายได้มหาศาล กลับถูกมองข้ามจนต่างชาติเค้าหยิบของเราไปสร้างรายได้มากมาย และโด่งดังมีชื่อเสียง เรื่องนี้คงโทษต่างชาติไม่ได้ว่ามาขโมยของเรา แต่คงต้องโทษตัวเองที่ไม่เห็นค่าของมัน

น่าเสียดายจริงๆ ที่พืชพันธุ์พื้นเมืองของไทยถูกลบหายไปเนื่องจากสงครามยาเสพติดที่ไทยเดินตามสหรัฐอเมริกาในยุค Reefer Madness จึงทำให้ถูกชาวต่างชาติ เอาสายพันธุ์ของเราไปพัฒนาและได้ประโยชน์ในทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล และในขณะเดียวกันในปัจจุบัน เมื่อต่างประเทศหันมาสนใจกัญชา คนไทยจึงกลับเข้ามาสนใจเช่นกัน